หยูเจี้ยนเช่อเซไปทั้งตัว
เขาคิดว่าตัวเองเกลียดชังลูกสาวคนนี้มานานแล้ว ที่ยังเลี้ยงดูเธอต่อก็เพราะตระกูลโจวเท่านั้น
ครั้งก่อนที่ลูกสาวคนนี้ไปจดทะเบียนสมรสกับใครสักคน แล้วหอบสัมภาระออกจากบ้านไป หยูเจี้ยนเช่อแทบอดใจรอไม่ไหวด้วยซ้ำ
ถ้าไม่ใช่เพราะไม่อยากเป็นจุดสนใจของคนอื่น เขาคงอยากลงประกาศในหนังสือพิมพ์ตัดขาดความสัมพันธ์กับลูกสาวคนนี้ไปแล้ว
แต่ตอนนี้ในใจเขากลับเหมือนถูกกระหน่ำตีอย่างหนัก
นี่เป็นลูกสาวแท้ ๆ ของเขา เขาไม่ใช่เลี้ยงดูเธอไม่ไหวเสียหน่อย ความสัมพันธ์พ่อลูกของพวกเขาไม่ควรห่างเหินกันถึงเพียงนี้ ไม่ควรมองกันเป็นศัตรูเช่นนี้
เป็นเพราะเวินจือฮวา นังผู้หญิงใจร้ายคนนั้น เป็นเพราะคำยุยงของเธอที่กรอกหูเขาทุกวัน ทำให้ความสัมพันธ์พ่อลูกยิ่งเลวร้ายลงเรื่อย ๆ
พอหยูเจี้ยนเช่อได้สติกลับมา หยูเจาจ้าวกับหลู่ซื่อเหว่ยก็เดินไปไกลแล้ว
“เจาจ้าว พ่อแค่ถูกหลอกเท่านั้น”
หยูเจี้ยนเช่อยื่นมือออกไปตะโกน แต่หยูเจาจ้าวกับหลู่ซื่อเหว่ยหายลับไปตรงหัวมุมถนนแล้ว
หยูเจาจ้าวทำเป็นไม่ได้ยิน
สองชาติแล้ว เพิ่งจะมาเสียใจเอาตอนนี้ ช่างน่าขัน ช่างน่าขยะแขยงจริง ๆ
ก็แค่เห็นว่าเธอแต่งงานกับหลู่ซื่อจวิน นายทหารหนุ่มผู้เก่งกาจเท่านั้นเอง
จู่ ๆ หยูเจาจ้าวก็นึกอะไรบางอย่างขึ้นมาได้ จึงร้อง “อ๊ะ” ออกมา
“เป็นอะไรไป?”
หลู่ซื่อเหว่ยถาม
“เมื่อกี้น่าจะให้ป้าเกอเอาปลากับเนื้อไปวางตรงหน้าหยูเจ้าตี้นะ”
วันนี้เสื้อผ้ารัดเอวขนาดนั้น คงไม่กล้ากินหรอก น่าเสียดายจริง ๆ
แต่เพิ่งผ่านมาไม่ถึงเดือน คงยังไม่มีอาการอะไรหรอกมั้ง
“อีกอย่าง พ่อของหลินเยี่ยนก็รู้จักกับคุณลุงโจวด้วย แต่ฉันไม่คิดว่าคุณลุงโจวจะใช้เส้นสายหางานที่ห้างสรรพสินค้าให้หยูเจ้าตี้หรอก”
