ความตกตะลึงฉาบอยู่บนใบหน้าของทุกคน
นายทหารระดับกองร้อยใหญ่!!!
ชายหนุ่มวัยยี่สิบต้น ๆ ที่อายุไล่เลี่ยกับโจวเซียงหยางคนนี้ ถึงกับเป็นนายทหารระดับกองร้อยใหญ่ในกองทัพ แถมยังได้รับความชอบชั้นสองอีกด้วย
เก่งกาจเกินไปแล้ว
ชั่วขณะนั้น สายตาที่ทุกคนมองหลู่ซื่อเหว่ยต่างเปล่งประกาย
ส่วนสายตาที่มองหยูเจาจ้าวก็ยิ่งเต็มไปด้วยความอิจฉา
หยูเจาจ้าวโชคดีเหลือเกิน แม้จะเสียโจวเซียงหยางไป แต่กลับได้แต่งงานกับนายทหารระดับสูงที่ยอดเยี่ยมโดดเด่นขนาดนี้
คนในยุคนี้เลื่อมใสทหารเป็นอย่างมาก
โจวเซียงหยางที่เป็นลูกบ้านอื่นมาหลายปี ทั้งยังสอบเข้ามหาวิทยาลัยกรรมกรชาวนาและทหารได้ ตอนนี้กลับดูหม่นหมองไร้รัศมีในสายตาของทุกคน
ในใจโจวเซียงหยางรู้สึกว่าเป็นไปตามคาด
แต่ก่อนหลู่ซื่อเหว่ยก็เก่งกาจอยู่แล้ว คนอื่นปีนกำแพงกัน แต่เขากลับกระโดดข้ามได้อย่างคล่องแคล่วราวกับมีวิชาตัวเบา
การเป็นทหารเป็นเส้นทางที่เหมาะกับหลู่ซื่อเหว่ยที่สุดจริง ๆ
และเส้นทางนี้ก็ทำให้หลู่ซื่อเหว่ยได้ดิบได้ดี
ในใจหยูเจี้ยนเช่อรู้สึกปั่นป่วน ทั้งยังอดเสียใจขึ้นมาไม่ได้
ถ้าตอนเกิดเรื่องเขายืนอยู่ข้างลูกสาวหัวดื้อคนนั้น ตอนนี้ลูกสาวกับลูกเขยก็คงไม่เมินเขา
เขายังอาจล้างความอัปยศที่เวินจือฮวาทำให้ต้องเผชิญในช่วงนี้ได้ด้วย
กลับกัน คนอื่นคงอิจฉาที่เขามีลูกเขยเป็นนายทหารระดับสูง ทั้งยังหนุ่มแน่น มีอนาคตไกล
แต่ตอนนี้ คนอื่นมีแต่จะหัวเราะเยาะว่าเขาเห็นกงจักรเป็นดอกบัว เก็บเมล็ดงาทิ้งแตงโม
ในใจหยูเจ้าตี้ก็ปั่นป่วนไม่ต่างกัน ถ้ารู้ตั้งแต่แรกว่า...
ถ้ารู้ตั้งแต่แรก เธอจะเอาโจวเซียงหยางไปทำไม
เธอเสียใจแล้ว เธอควรจะเฝ้ารออยู่ที่ลานเล็ก ๆ นั่นต่อ หรือไม่ก็พยายามสืบข่าวของหลู่ซื่อเหว่ย
ถ้าทำอย่างนั้น เธอก็จะรู้ว่าหลู่ซื่อเหว่ยบาดเจ็บสาหัสจนต้องเข้าโรงพยาบาล และจะได้ฉวยโอกาสแต่งงานกับเขาตอนที่เขาบาดเจ็บ
