ระหว่างที่หยูเจาจ้าวกำลังสานสัมพันธ์กับหลู่ซื่อเหว่ยอยู่ที่โรงพยาบาล ทางหยูเจ้าตี้กลับนั่งไม่ติดที่เสียแล้ว
เธอจำได้ว่าหลู่ซื่อเหว่ยมีอาสะใภ้คนเล็กที่รับมือยากอยู่คนหนึ่ง...
ตอนนี้เวินจือฮวากับโจวไช่เซียกำลังกวาดทำความสะอาดห้องส้วมสาธารณะและตักมูลสัตว์ กลิ่นเหม็นคลุ้งไปทั่ว
หยูเจ้าตี้มองอยู่ห่าง ๆ ไม่อยากเข้าไปใกล้ แต่พอนึกถึงภาพหยูเจาจ้าวแต่งงานกับหลู่ซื่อเหว่ย ก็รู้สึกทรมานยิ่งกว่าตอนที่อีกฝ่ายแย่งโจวเซียงหยางไปเสียอีก นับพันเท่าหมื่นเท่า
“แม่”
“เจ้าตี้ มาทำอะไรที่นี่ รีบกลับไปเร็ว”
แม้เวินจือฮวาจะขุ่นเคืองที่ลูกสาวไม่ช่วยเหลือเธอ แต่ก็รู้ว่าสถานการณ์ของลูกสาวในตอนนี้ไม่ได้ดีกว่าเธอสักเท่าไร
“แม่ ที่บ้านยายเป็นยังไงบ้างคะ”
พอหยูเจ้าตี้ถามเช่นนี้ เวินจือฮวาก็ยิ่งเต็มไปด้วยความขุ่นเคือง
“ยาย ลุง แล้วก็พี่ลูกพี่ลูกน้องของแกสบายดีทั้งนั้น แค่โทษฉันที่ไม่ปรึกษาพวกเขาก่อน ไม่อย่างนั้นถ้ามีพวกเขาช่วย หยูเจาจ้าวก็ไม่มีทางก่อเรื่องได้ใหญ่โตขนาดนี้ เรื่องคงไม่ลงเอยด้วยความล้มเหลวหรอก
“แต่พวกเมียลุงของแกกลับบอกว่าฉันทำให้บ้านเดิมเสียหน้า ไม่อยากให้ฉันอยู่ที่บ้านเดิม คำพูดคำจาก็มีแต่จะไล่ฉันออกไป”
พอพูดถึงตรงนี้ เวินจือฮวาก็ยิ่งโมโห “หลายปีมานี้ ถ้าไม่ได้ฉันคอยช่วยเหลือบ้านเดิม พวกเขาจะได้ใช้ชีวิตสุขสบายอย่างทุกวันนี้ได้ยังไง แต่ตอนนี้พอฉันถูกพ่อแกหย่าแล้วยังถูกทวงหนี้ พวกเขากลับตัดขาดไม่รู้จักกันเสียแล้ว”
“แม่ หนูมีพ่อนะคะ”
คำพูดของหยูเจ้าตี้ทำให้เวินจือฮวาชะงักไป ก่อนจะส่งเสียงฮึดฮัดทันที “อย่าพูดถึงพ่อสารเลวของแกกับฉัน ถ้าไม่ใช่เพราะคนอายุสั้นคนนั้น แม่ลูกอย่างเราจะต้องตกต่ำถึงขนาดนี้หรือ”
