เช็ดตัว!
ใบหน้าของหลู่ซื่อเหว่ยแดงขึ้นมาทันที
“ฉัน... ฉันเช็ดเองก็ได้”
ตอนนี้หลู่ซื่อเหว่ยดูเหมือนหนุ่มน้อยผู้บริสุทธิ์ไร้เดียงสา ปลายหูแดงลามไปจนถึงแนวกราม
เขาหันหน้าหลบอย่างลนลาน คิ้วคมเข้มฉายแววทำอะไรไม่ถูก ท่าทีสุขุมเยือกเย็นยามเผชิญเรื่องต่าง ๆ ในวันวานหายไปจนหมดสิ้น
ร่างกายเกร็งขึ้นโดยไม่รู้ตัว แม้แต่ตอนยกมือยังดูงุ่มง่าม เขินอายจนไม่รู้จะวางตัวอย่างไร
เดิมทีหยูเจาจ้าวไม่ได้คิดอะไร แต่พอเห็นปฏิกิริยาของหลู่ซื่อเหว่ย หัวใจก็พลันกระตุกวูบ ใบหูของเธอเองก็เริ่มร้อนผ่าวขึ้นมาอย่างเงียบ ๆ
บรรยากาศคลุมเครือชวนใจเต้นที่ลอยอยู่ในอากาศ ทำให้หัวใจของเธอเต้นรัวอย่างควบคุมไม่ได้
ชาติที่แล้ว หลังถูกส่งไปอยู่ที่ตระกูลหวัง เธอต้องคอยปรนนิบัติหวังเป๋าเก้นราวกับเป็นแม่บ้าน
แม้เขาจะเสียสติ ทั้งร่างกายท่อนล่างก็ถูกเธอทำให้พิการ แต่เวลาต้องดูแลเขาก็จับให้อยู่นิ่งยากเสียยิ่งกว่าหมูที่จะเชือดช่วงปีใหม่
ระหว่างเธอกับหวังเป๋าเก้นย่อมไม่มีอะไร แต่ผู้ชายในตระกูลหวังกลับคิดไม่ซื่อกับเธอ เธอจึงหยิบมีดขึ้นมากรีดใบหน้าตัวเองอย่างแรงโดยไม่ลังเล เลือดไหลอาบเป็นทาง
ภาพนั้นน่ากลัวเสียจนแม้แต่หวังเป๋าเก้นที่เสียสติยังกลัวเธอ และยอมสงบเสงี่ยมลงไปมาก
เจ็บก็เจ็บ แต่ใจกลับมั่นคง
นอกจากจาจินฮวาที่มักทุบตีดุด่าเธอแล้ว คนอื่นก็ไม่กล้าคิดไม่ซื่อกับเธออีก
“ฉันเป็นภรรยาคุณ การดูแลคุณก็เป็นเรื่องสมควรอยู่แล้ว ถ้าวันหนึ่งฉันนอนอยู่บนเตียงบ้าง คุณจะไม่ยอมดูแลฉันหรือไง”
คำถามย้อนกลับอย่างกะทันหันของหยูเจาจ้าว ทำให้ความเขินอายบนใบหน้าหลู่ซื่อเหว่ยค่อย ๆ จางหายไป แทนที่ด้วยความซาบซึ้งใจอย่างท่วมท้น
