“เยี่ยนเยี่ยน ห้างสรรพสินค้าของพวกเธอรับคนใหม่ไหม”
กินข้าวเสร็จ หยูเจาจ้าวก็ถามหลินเยี่ยนถึงเรื่องนี้ทันที
“หา ไม่มีนะ ครึ่งปีแรกเพิ่งรับคนไปเอง ครึ่งปีหลังยังไม่มีแผนรับคนใหม่”
หลินเยี่ยนส่ายหน้าแล้วถามว่า “เจาจ้าว เธอจะหางานเหรอ ฉันจะช่วยสังเกตให้”
“ก่อนหน้านี้ก็อยากหา แต่ตอนนี้ต้องดูแลซื่อเหว่ย เลยยังไม่หางานไปก่อน”
เธอเพิ่งแต่งงานใหม่ หลู่ซื่อเหว่ยก็ยังอยู่โรงพยาบาล ต่อให้จะหางานก็ต้องรอให้หลู่ซื่อเหว่ยกลับเข้าหน่วยก่อน
ถึงตอนนั้นเธออาจย้ายตามสามีทหารตามสิทธิของภรรยาทหาร แล้วหางานทำในกองทัพก็ได้
“แล้วทำไมถึงถามเรื่องงานล่ะ”
หลินเยี่ยนสงสัย
“ฉันมีพี่สาวต่างแม่คนหนึ่ง...”
หยูเจาจ้าวเล่าเรื่องของอีกฝ่ายให้ฟัง
“เป็นไปไม่ได้ มีประวัติด่างพร้อยจนถูกโรงงานทอผ้าไล่ออก จะเข้าไปทำงานที่ห้างสรรพสินค้าได้ยังไง”
หลินเยี่ยนพูดอย่างมั่นใจมาก
“บางทีป้าเกออาจพูดมั่วก็ได้”
ในใจหยูเจาจ้าวยังคงสงสัยอยู่บ้าง ต่อให้ป้าเกอพูดมั่ว ก็ไม่น่าจะระบุห้างสรรพสินค้าได้ตรง ๆ
แต่เธอก็ไม่ได้พูดอะไรต่อ
ตอนนี้ก็สายแล้ว เธอต้องเอาข้าวไปส่งให้หลู่ซื่อเหว่ย
“ฉันไปโรงพยาบาลกับเธอด้วย จะบอกพี่เหวินว่าพรุ่งนี้ฉันต้องไปทำงานที่เมืองจวน”
หลินเยี่ยนเดินออกจากบ้านไปพร้อมกับหยูเจาจ้าว “เจาจ้าว เธอคิดได้หรือยังว่าอยากได้อะไร ฉันจะซื้อกลับมาฝาก”
“ฉันคิดไม่ออก ตอนนี้ก็ไม่ได้ขาดอะไร ซื่อเหว่ยยังไม่ออกจากโรงพยาบาล ต่อให้จะเตรียมของสำหรับงานแต่งก็ยังเร็วเกินไป”
หยูเจาจ้าวอยากไปเที่ยวเมืองจวนเหมือนกัน แต่หลินเยี่ยนไปทำงาน จึงได้แต่พับความคิดนั้นเก็บไว้
ทั้งสองคนปั่นจักรยานไปถึงโรงพยาบาล ตู้เหวินกับเฮ่อยื่อเลี่ยงอยู่ที่นั่นทั้งคู่
หลินเยี่ยนไปหาตู้เหวินเพื่อบอกเรื่องที่เธอจะเดินทางไปทำงานวันพรุ่งนี้ เธอจะไปกับทีมจัดซื้อ คงต้องใช้เวลาหลายวันกว่าจะกลับมา
