“คุณหลิวตงเหมย์ คุณจะใส่ร้ายฉันมั่ว ๆ ทำไม”
รองผู้อำนวยการโรงงานหวัง หวังฉางกุ้ย ตวาดเสียงดัง
หลิวตงเหมย์ไหนเลยจะสนใจเรื่องอื่น หากถูกย้ายไปประจำคอมมูน โอกาสที่เธอจะได้แต่งงานกับข้าราชการหนุ่มฐานะดีก็ยิ่งริบหรี่
“เป็นหลิวหยงอ้ายเหลียน ภรรยาของคุณที่สั่งให้ฉันทำ เธอสัญญาว่าจะให้ฉันเป็นหัวหน้าพ่อครัวที่โรงอาหาร ฉันถึงได้ไปร้องเรียนเรื่องนี้”
ฮือฮา!
คนงานที่ยืนดูอยู่รอบ ๆ พากันแตกตื่น ส่งเสียงวิพากษ์วิจารณ์กันเซ็งแซ่
“โห ลากภรรยารองผู้อำนวยการโรงงานหวังเข้ามาเกี่ยวด้วยเหรอ เรื่องนี้ต้องไม่ธรรมดาแน่”
“ฉันก็ว่าแล้วว่าทำไมพ่อครัวช่วยงานอย่างเธอถึงได้ชอบวุ่นวายก่อเรื่องอยู่เรื่อย ที่แท้นอกจากมีพี่เขยเป็นหัวหน้าโรงงานผลิตคอยหนุนหลัง ยังมีภรรยารองผู้อำนวยการโรงงานหวังคอยยุยงอยู่เบื้องหลังด้วยนี่เอง”
“สัญญาว่าจะให้ตำแหน่งหัวหน้าพ่อครัวเหรอ แสดงว่าตำแหน่งนี้มีคนถูกกำหนดไว้แล้วสินะ”
คนงานที่สมัครแข่งขันชิงตำแหน่งหัวหน้าพ่อครัวของโรงอาหารยิ่งเดือดดาล
รองผู้อำนวยการโรงงานหวังได้ยินเสียงวิพากษ์วิจารณ์ หัวใจก็เต้นรัว ทั้งตกใจทั้งโกรธจนเสื้อเชิ้ตด้านหลังชุ่มเหงื่อไปหมด
ภรรยาที่ไม่รู้จักอยู่นิ่งก่อเรื่องอีกแล้ว ช่วยเขาไม่ได้ก็ไม่ว่า ยังเอาแต่คอยถ่วงแข้งถ่วงขา
รองผู้อำนวยการโรงงานหวังตวาดเสียงเข้ม “พูดเหลวไหลอะไรกัน แม่ยายฉันป่วยเข้าโรงพยาบาล ภรรยาฉันก็อยู่ดูแลที่โรงพยาบาล แทบไม่ได้เข้ามาในโรงงานเลย แล้วจะไปเกี่ยวข้องกับเธอตอนไหน”
หลิวตงเหมย์โวยวาย “คุณนั่นแหละที่พูดเหลวไหล เรียกภรรยาคุณมาเผชิญหน้ากันสิ วันนั้นเธอพาลูก ๆ ไปก่อเรื่องที่บ้านยายหลิวจนยายหลิวเข้าโรงพยาบาล พวกคุณจ่ายเงินชดเชยไปหนึ่งพันหยวน คงแค้นใจเลยมาหาฉันทีหลังใช่ไหม”
“พอได้แล้ว”
แววตาของรองผู้อำนวยการโรงงานหวังเย็นเยียบ เขาจ้องหลิวตงเหมย์ น้ำเสียงยังคงราบเรียบ แต่แฝงคำข่มขู่เย็นเยียบถึงกระดูก “ถ้ายังพูดเหลวไหลอีก ก็ไม่ใช่แค่ถูกย้ายไปโรงอาหารของคอมมูนแล้ว การจงใจใส่ร้ายครอบครัวของผู้บริหาร ตามระเบียบโรงงานสามารถไล่ออกได้ทันที คิดให้ดีเสียก่อน ในมือเธอมีหลักฐานหรือเปล่า”
