ตอนออกจากโรงงานเนื้อสัตว์ หยูเจาจ้าวกับพวกต่างก็มีความสุขกันมาก ไม่ต้องพูดถึงสายตาอิจฉาของคนอื่นเลย
แต่ครั้งนี้พวกเธอไม่กล้าชวนกันไปกินเลี้ยงฉลองอีกแล้ว
ยายหลิวพูดกับลูกชายว่า “เถียจู ต่อไปอย่าพาเมียแกกลับมาอีก แม้แต่ช่วงเทศกาลก็ไม่ต้องพามา ฉันไม่อยากเห็นหน้า ฉันกลัวคนตระกูลหวังแล้ว”
ยายหลิวรู้สึกไม่เข้าใจอยู่บ้าง ทั้งเธอก็ไม่ได้มีเรื่องบาดหมางอะไรกับตระกูลหวังหรือสะใภ้เสียหน่อย
จะว่ามีเรื่องขุ่นข้องหมองใจอยู่บ้างก็อาจจะใช่ เพราะตอนนั้นหวังกุ้ยจือซึ่งเป็นสะใภ้ไม่ดีกับหลานชายคนโตของเธอ เธอจึงไล่ลูกชาย หวังกุ้ยฮวา และหลานชายคนเล็กออกจากบ้าน
แต่ตอนนั้นก็เพราะลูกชายกับหวังกุ้ยฮวาเข้าเกณฑ์ได้รับการจัดสรรบ้านพอดี
ยิ่งไปกว่านั้น ถ้าอยู่ด้วยกันไม่ได้ก็ไม่ต้องฝืนคบ เธอไม่เคยกลั่นแกล้งหวังกุ้ยจือที่เป็นสะใภ้เลยสักครั้ง
ตระกูลหวังก็ใช่ว่าหญิงชราอย่างเธอจะไปกลั่นแกล้งได้ ไม่ถูกพวกเขารังแกก็นับว่าดีแล้ว
เหมียวเถียจูรู้สึกผิดอย่างยิ่ง “แม่ ผมขอโทษ เป็นความผิดของลูกเอง”
“ไม่ใช่ความผิดของแกหรอก เป็นเพราะฉันกับบ้านนั้นไม่ถูกโฉลกกัน เลิกไปมาหาสู่กันเสียยังดีกว่า เมียแกกับคนบ้านเดิมของมันใจแคบ เจ้าคิดเจ้าแค้น แถมยังเอาคืนกันอย่างรุนแรง เอะอะก็แจ้งความร้องเรียน ฉันแก่แล้ว กลัวพวกมันจริง ๆ”
ยายหลิวไม่พูดต่ออีก รีบเดินตามหยูเจาจ้าวกับพวกไป
เหลือเพียงเหมียวเถียจูที่ยืนนิ่งอยู่กับที่ สีหน้าเต็มไปด้วยความขมขื่น
แต่ไม่มีใครสนใจเขา ยุคนี้ใครก็เกลียดการแจ้งความร้องเรียนใส่กันโดยไม่ดูเหตุผล
แม้คนที่อยู่เบื้องหลังจะเป็นภรรยาของรองผู้อำนวยการโรงงานหวัง และเป็นแม่ยายของเหมียวเถียจูก็ตาม
