หลังจากหลู่ซื่อเหว่ยกลับมา หยูเจาจ้าวก็รู้สึกสงบใจขึ้นมาก แต่ก็อดสงสารสามีที่ต้องเหน็ดเหนื่อยไม่ได้
เขากลับมาตอนกลางดึก พรุ่งนี้บ่ายก็ต้องขึ้นรถไฟกลับโรงเรียนนายทหาร เวลาที่อยู่บ้านยังไม่ถึงวันครึ่งด้วยซ้ำ
“คุณผอมลง แถมคล้ำขึ้นด้วย”
เมื่อคืนตอนฟ้ามืด เธอไม่ได้สังเกต
พอฟ้าสว่าง หยูเจาจ้าวก็เห็นว่าหลู่ซื่อเหว่ยคล้ำขึ้นไปอีกเฉด ยังดีที่หน้าตาดีพอจะเอาอยู่
“ผอมเพราะคิดถึงคุณไง”
หลังแต่งงานกัน พวกเขาก็ไม่เคยแยกจากกันเลย
ครั้งนี้ต้องแยกกันถึงสามเดือน แถมยังเป็นห่วงภรรยาที่กำลังตั้งครรภ์ ในที่สุดเขาก็ได้รู้ว่าความทุกข์จากความคิดถึงนั้นทรมานเพียงใด
“ปากหวาน”
หยูเจาจ้าวค้อนเขาอย่างเขินอาย ในดวงตาเต็มไปด้วยความอ่อนโยนและความห่วงใยที่ยากจะจางหาย
เธอเอนตัวเข้าไปเล็กน้อย แล้วพิงไหล่เขาอย่างระมัดระวัง “ไปเรียนต่อก็เหนื่อยพออยู่แล้ว คุณยังคิดฟุ้งซ่านทั้งวัน เป็นห่วงฉันกับลูกในท้องอีก ถ้าฝึกไม่ตั้งใจจนได้รับบาดเจ็บจะทำยังไงคะ”
หลู่ซื่อเหว่ยโอบเอวเธอไว้เบา ๆ ด้วยมือข้างเดียว ประคองไว้หลวม ๆ ไม่กล้าออกแรง กลัวจะกดทับลูกในท้อง
ปลายจมูกของเขาแตะอยู่บนกระหม่อมเธอ ลมหายใจอบอวลด้วยกลิ่นหอมหวานอันคุ้นเคยของเธอ ความกังวลที่ขึงตึงอยู่ในใจมาหลายวัน ในที่สุดก็คลายลงจนหมด
“แต่ถ้าไม่ได้เห็นคุณ ผมก็ไม่สบายใจ”
เขาก้มมองคิ้วตาอ่อนโยนของเธอ แววตาเต็มไปด้วยความรักใคร่และความรู้สึกผิด “ผมไม่เคยละเลยการฝึกหรือการเรียนหรอก แค่พอว่างขึ้นมา ในหัวก็มีแต่คุณ”
หัวใจของหยูเจาจ้าวอบอุ่นขึ้น เธอเองก็เป็นแบบนั้นเหมือนกัน
