เยี่ยนซู่อี้รู้สึกกระดากอายขึ้นมาทันที เธอเบือนหน้าหนีอย่างอึดอัดสุดขีด “ฉันจะพิมพ์ใหม่อีกฉบับ แล้วเซ็นชื่อใหม่ค่ะ”
สายตาเย็นชาของลู่หวยทอดลงบนติ่งหูที่แดงระเรื่อ ผิวเนื้อด้านหลังติ่งหูยังคงมีรอยฟันที่เขาอดใจไม่ไหวเผลอกัดไว้ตอนอารมณ์พลุ่งพล่านเมื่อคืน
จู่ ๆ ในอกเขาก็รู้สึกหงุดหงิดอย่างยากจะระงับ พอมองเอกสารบนโต๊ะก็ยิ่งขัดตา น้ำเสียงจึงเจือความไม่สบอารมณ์ขึ้นมาโดยไม่รู้ตัว “เป็นเพราะซูเหมียนหรือเปล่า?”
เยี่ยนซู่อี้แปลกใจอยู่บ้าง ลู่หวยไม่เคยคุยเรื่องส่วนตัวกับเธอเลย ตลอดสามปีที่แต่งงานกัน เขายิ่งไม่เคยเอ่ยถึงซูเหมียนต่อหน้าเธอสักครั้ง
นี่เป็นครั้งแรกที่เขาเป็นฝ่ายพูดถึงเอง
แต่ก็สมเหตุสมผลอยู่แล้ว อย่างไรเสียเขาก็ไปรับเธอกลับมาด้วยตัวเอง
เยี่ยนซู่อี้ไม่ชอบทำให้เรื่องส่วนตัวซับซ้อน และคิดว่าเหตุผลนี้ฟังขึ้น เธอจึงพยักหน้า
ลู่หวยขมวดคิ้วเล็กน้อย นึกถึงท่าทีขัดขืนและไม่ค่อยให้ความร่วมมือของเธอเมื่อคืน
หึงหวงอยู่หรือ ถึงได้หยิบเรื่องหย่ามาอาละวาด?
อารมณ์ที่ผันผวนทำให้คนขาดสติ และการตัดสินใจตอนที่ขาดสติก็มักผิดพลาด
เขาลุกขึ้นยืน โยนสัญญาหย่าลงถังขยะ สีหน้าราบเรียบเย็นชา “การแต่งงานเชื่อมสัมพันธ์ของเราสองตระกูลเกี่ยวพันกับราคาหุ้นของทั้งสองกลุ่มบริษัท ไว้ค่อยคุยกันหลังโครงการตงเฉิงเสร็จ ลงไปกินข้าวเถอะ”
พูดจบเขาก็จัดชายเสื้อที่ยับเล็กน้อยเพราะนั่งอยู่ให้เรียบร้อย ก่อนหมุนตัวเดินจากไป
ก็ยังคงทำทุกอย่างเป็นเรื่องงานเหมือนเดิมไม่มีผิด
เยี่ยนซู่อี้นั่งอยู่ริมเตียง ทบทวนคำพูดของเขาอย่างจริงจัง โครงการตงเฉิงเป็นโครงการของรัฐบาลที่สองตระกูลร่วมมือกันอย่างใกล้ชิดในไตรมาสนี้ เมื่อทำสำเร็จ ไม่เพียงได้ทั้งชื่อเสียงและผลประโยชน์ แต่ยังช่วยยกระดับตระกูลเยี่ยนกับตระกูลลู่ให้ก้าวขึ้นไปอีกขั้น โอกาสแบบนี้หาได้ยาก
แต่ถ้ารอจนโครงการเสร็จ เธอจะยังปิดบังได้อยู่ไหม?
เยี่ยนซู่อี้ก้มมองท้องน้อย รอบเดือนของเธอไม่สม่ำเสมออยู่แล้ว พอรู้ว่าตั้งครรภ์ก็มีอายุครรภ์ถึง 10 สัปดาห์ หากยังไม่หย่า อีกไม่นานท้องก็จะเริ่มโตจนเห็นชัด
เรื่องนี้ปล่อยยืดเยื้อไม่ได้เด็ดขาด
เธอลุกไปล้างหน้าแปรงฟันในห้องน้ำ จากนั้นเข้าห้องแต่งตัว เปลี่ยนเป็นชุดทางการ รวบผมยาวขึ้นอย่างคล่องแคล่ว ปักปิ่นหยกเขียวไว้หนึ่งเล่ม สวมแว่นกรอบทอง แล้วค่อย ๆ ใช้ครีมปรับสีผิวปกปิดรอยจูบหน้ากระจก จนมองไม่เห็นแม้แต่น้อย
เธอไปพิมพ์สัญญาหย่าฉบับใหม่ในห้องหนังสือ แล้วจึงลงไปชั้นล่าง
ในห้องอาหาร ลู่หวยนั่งอยู่ที่ประจำ มือซ้ายถือหนังสือพิมพ์ มือขวาถือกาแฟ ตรงหน้ามีสเต๊กเนื้อสุกปานกลางหนึ่งชิ้น ไข่ดาวไข่แดงเยิ้มหนึ่งฟอง และมะเขือเทศสองแผ่นที่ปลูกเองในบ้านเก่า
ตลอดสามปีไม่เคยเปลี่ยน ทั้งหัวโบราณและรักมั่นคง
เยี่ยนซู่อี้นั่งลงตรงข้าม รอให้คนรับใช้ยกอาหารมาเสิร์ฟ ก่อนจะวางสัญญาหย่าลงบนโต๊ะแล้วเลื่อนไปให้เขา “คุณเซ็นก่อนเถอะ ระยะเวลาทบทวนก่อนหย่าคือ 30 วัน พอถึงตอนนั้นโครงการตงเฉิงก็เสร็จแล้ว จะไม่กระทบอะไรค่ะ”
นี่เป็นวิธีที่เหมาะสมที่สุดในตอนนี้
เมื่อเซ็นสัญญาหย่าแล้ว เธอก็มีเหตุผลที่จะขอแยกกันอยู่ เรื่องตั้งครรภ์จะได้ไม่ถูกจับได้ และความคืบหน้าของโครงการก็จะไม่ถูกรบกวน
ส่วนลู่หวยกับซูเหมียน เธอเชื่อว่าลู่หวยจะจัดการได้ดี ไม่ทำให้ทั้งสองตระกูลต้องลำบากใจ
สายตาของลู่หวยเหลือบมองเธอผ่านหลังหนังสือพิมพ์ เขาจ้องเธออยู่นานเกือบหนึ่งนาที ราวกับกำลังดูว่าเธอแค่เอาแต่ใจ หรือได้ไตร่ตรองเรื่องนี้มาอย่างถี่ถ้วนแล้ว
เธอมองตอบเขาอย่างสงบนิ่ง หนักแน่นไม่ต่างจากทุกครั้งที่ยืนหยัดด้วยเหตุผลในข้อพิพาทเรื่องโครงการ
ครู่ต่อมา ลู่หวยวางหนังสือพิมพ์ลง เอื้อมมือหยิบสัญญาหย่าไปโดยไม่ถามเหตุผลอีก เขาพลิกไปหน้าสุดท้ายแล้วหยิบปากกาหมึกซึมที่พกติดตัวออกมา
เยี่ยนซู่อี้ค่อย ๆ ถอนหายใจอย่างโล่งอก
จังหวะนั้นเอง โทรศัพท์บ้านในวิลลาก็ดังแผดเสียงขึ้นอย่างบาดหู ทำเอาหัวใจเธอกระตุกวูบ ลางสังหรณ์ไม่ดีผุดขึ้นมา
คนที่จะโทรมาเบอร์นี้มีแต่คนจากบ้านเก่าตระกูลลู่ ดูท่าข่าวฉาวที่ระเบิดขึ้นเมื่อวานคงแพร่ไปถึงที่นั่นแล้ว
เป็นอย่างที่คิด พ่อบ้านวางสายแล้วเดินเข้ามาหาพวกเขาพร้อมก้มตัวลง “คุณผู้ชาย คุณผู้หญิง นายท่านสั่งให้วันนี้พวกคุณกลับไปบ้านเก่าด้วยกันให้ได้ครับ”
ลู่หวยปิดฝาปากกา ตอบรับเสียงเรียบ “ทราบแล้ว กลับตอนเที่ยง”
พ่อบ้านออกไป ลู่หวยก็เริ่มกินอาหารเช้า ท่วงท่าสง่างามมีราศี ราวกับภาพวาดชั้นสูงชิ้นหนึ่ง
แต่เยี่ยนซู่อี้ไม่มีอารมณ์ชื่นชม เธออดกังวลจนใจลอยไม่ได้
ด้วยท่าทีที่ตระกูลลู่มีต่อซูเหมียน พวกเขาไม่มีทางยอมรับเธอง่าย ๆ สิ่งที่เป็นไปได้มากที่สุดคือกดดันให้เธอซึ่งเป็นภรรยาคุณชายน้อยตระกูลลู่ไปจัดการเรื่องนี้ให้เรียบร้อย
“ก๊อก ก๊อก!”
นิ้วมือเรียวยาวข้อนิ้วชัดเคาะลงบนโต๊ะเบา ๆ เพื่อเตือนให้เธอได้สติ
เธอรีบดึงสติกลับมาแล้วเงยหน้าขึ้น ลู่หวยกินเสร็จและลุกขึ้นยืนแล้ว ดวงตาเรียวยาวจับจ้องเธอ เห็นได้ชัดว่าไม่พอใจกับสภาพเหม่อลอยของเธอ “วันนี้ต้องสรุปแผนความร่วมมือขั้นสุดท้ายของโครงการตงเฉิง ห้ามให้เรื่องอะไรมากระทบทั้งนั้น”
“ได้ค่ะ!” เยี่ยนซู่อี้ยิ้มบาง ๆ ให้เขาอย่างวางใจ มองส่งเขาเดินจากไป แต่แล้วก็พลันนึกอะไรขึ้นได้ เธอรีบดึงสัญญาหย่ามาเปิดดู กลับเห็นเพียงหยดหมึกที่เหลือจากการจรดปากกา ตรงช่องลงชื่อไม่มีลายเซ็นอยู่เลย
ช่างเถอะ ตอนนี้โครงการสำคัญที่สุด ไว้เซ็นคืนนี้ก็แล้วกัน
เธอกินอาหารเช้าอย่างรวดเร็วแล้วขับรถไปบริษัท ระหว่างทางก็ได้รับโทรศัพท์จากอันเหมยผู้เป็นแม่
“ผู้หญิงที่ชื่อซูเหมียนคนนั้น ลูกคิดจะจัดการยังไง?”
บลูทูธในรถช่วยให้เสียงชัดเจนยิ่งขึ้น ฟังแล้วดูเข้มงวดกว่าเดิม
ในเมืองซ่างจิง ชนชั้นของตระกูลผู้มั่งคั่งแบ่งแยกกันอย่างเข้มงวด ต่อให้ซูเหมียนกลายเป็นนักดนตรีที่มีชื่อเสียงระดับนานาชาติ ชาติกำเนิดของเธอก็ยังไม่อาจเชิดหน้าชูตาได้
ถ้าไม่ใช่เพราะเกรงใจลู่หวย อันเหมยคงไม่โทรมา เธอจะเลือกลงมือจัดการเองโดยตรง
อย่างไรเสีย ข่าวฉาวที่เป็นประเด็นใหญ่ตลอดทั้งวันเมื่อวาน คนที่เสียหน้ามากที่สุดก็คือตระกูลเยี่ยน
เยี่ยนซู่อี้จับพวงมาลัย มองถนนเบื้องหน้า ตอบอย่างไม่ใส่ใจนัก “แม่คะ หนูตัดสินใจจะยอมให้พวกเขาสมหวังค่ะ”
“เยี่ยนซู่อี้!”
การเรียกชื่อเต็มคือคำเตือน เตือนให้เธอรับผิดชอบในฐานะผู้สืบทอดตระกูลเยี่ยน
เยี่ยนซู่อี้เพียงเลิกหางตางามขึ้นเล็กน้อย “แม่ช่วยคัดคนที่อายุเหมาะจะแต่งงานให้หนูสักคนสิคะ ขอแบบว่าง่ายและยอมแต่งเข้าตระกูลเยี่ยน”
ปลายสายเงียบไป อึดใจต่อมาอันเหมยก็ถอนหายใจเบา ๆ “ลูกคิดดีแล้วใช่ไหม?”
“คิดดีแล้วค่ะ”
พอดีกับที่ไฟแดง เยี่ยนซู่อี้ยกมือดันแว่นเบา ๆ สายตาคมกริบซ่อนอยู่หลังเลนส์
“คุณอารองหมดสิทธิ์แล้ว ตอนนี้เรื่องในตระกูลเยี่ยนหนูเป็นคนตัดสินใจ หนูยอมให้ลู่หวยสมหวังในความรัก ถึงไม่มีความสัมพันธ์จากการแต่งงาน วันหน้าพวกเราก็ยังร่วมมือกันได้อย่างเป็นมิตรและใกล้ชิด มีแต่ได้กับได้ค่ะ”
ผลประโยชน์สำคัญกว่าความรัก เรื่องนี้แม่เข้าใจดีกว่าเธอเสียอีก
“ได้”
เยี่ยนซู่อี้กำลังจะวางสาย แต่อันเหมยกลับเอ่ยขึ้นอีกครั้ง “แล้วลูกล่ะ ทำใจตัดลู่หวยได้หรือ?”
หัวใจของเยี่ยนซู่อี้สะดุดวูบ มือที่จับพวงมาลัยเผลอกำแน่น ไฟแดงเปลี่ยนเป็นไฟเขียว เสียงแตรรถจากด้านหลังเร่งเร้าขึ้นมา เธอรีบได้สติแล้วออกรถ ความขมปร่าที่วาบผ่านใจเมื่อครู่ก็เลือนหายไปด้วย
“แม่เคยบอกตอนส่งหนูออกเรือนว่า เราแต่งงานกันเพื่อผลประโยชน์ อย่าหวั่นไหวเพราะเรื่องอื่น หนูจำได้ขึ้นใจค่ะ”
ปลายสายไม่ได้พูดอะไรอีก เงียบไปไม่กี่วินาทีก่อนจะวางสาย
