“ตูม——!”
กริชของหลิวเทียนสิงฟาดลงมาอย่างแรง
เสียงอุทานเบา ๆ ดังมาจากอัฒจันทร์
ความเร็วของหลิวเทียนสิงนั้นเร็วมาก เร็วเสียจนผู้ชมส่วนใหญ่มองไม่เห็นด้วยซ้ำว่าเขาชักมีดออกมาได้อย่างไร
พวกเขาเห็นเพียงแสงสีทองวาบหนึ่ง ดาบก็จ่อลงมาแล้ว
พลังของดาบนั้นเกือบจะเต็มไปด้วยเจตนาสังหาร ทุกคนคิดว่า
เธอต้องจบเห่แน่
ทว่า— ก่อนกริชจะฟาดลงมา โล่แสงลอยก็สั่นสะเทือนอย่างรุนแรง
ลำแสงมืดทึบแผ่กระจายออกมาจากใจกลางผิวโล่ ห่อหุ้มร่างของซ่งเสี่ยวเหอเอาไว้ทั้งหมด ก่อเกิดเป็นเกราะป้องกันสีดำที่มองเห็นได้ด้วยตาเปล่า
กริชฟาดลงบนเกราะ
“แกร๊ง——!!!”
ซ่งเสี่ยวเหอยืนอยู่กับที่ ไม่ขยับเขยื้อนแม้แต่นิด
กริชไม่ได้ทำอันตรายเธอเลยแม้แต่น้อย ไม่แม้แต่จะทิ้งรอยขีดข่วนบนเกราะ
มือของหลิวเทียนสิงรู้สึกชา
“อะไรน่ะ?!”
เขาจ้องมองเกราะสีดำตรงหน้า แล้วก้มมองกริชในมือ รู้สึกราวกับว่าดาบเมื่อครู่ฟาดลงบนภูเขาลูกหนึ่ง
ความเงียบสั้น ๆ บนอัฒจันทร์ตามมาด้วยเสียงวิพากษ์วิจารณ์ที่ดังกระหึ่ม
มีคนลุกขึ้นพรวด
“นั่นอะไร! แสงดำนั่นมันอะไรกัน!”
คนข้าง ๆ ทำหน้าฉงน
“แสงดำนั่นถึงกับต้านทานการโจมตีของหลิวเทียนสิงได้เหรอ?”
“คนส่วนใหญ่ในที่นี้คงรับมือไม่ได้เลยนะ แต่ว่าเด็กสาวนั่นไม่เพียงแต่รับเอาไว้ได้ แถมดูท่าแล้ว…..เลือดสักหยดก็ไม่ตก!”
กรรมการสอบหลายคนสบตากัน
คนหนึ่งลดเสียงลง
“สกิลขั้นต้นสายแสง?”
คนข้าง ๆ ส่ายหัวทันที
“นายเคยเห็นสกิลสายแสงไหนที่เป็นสีดำบ้าง?”
“เห็นได้ชัดว่าเป็นแสงที่แผ่ออกมาจากโล่แสงลอย”
“โล่แสงลอยนี่มีความสามารถแค่สองอย่างไม่ใช่เหรอ? ลอยตัวกับดูดซับพลังเวท”
“ใช่ แล้วแสงดำปกป้องนี่มาจากไหน?”
ประธานกรรมการสอบพูดขึ้นช้า ๆ
“พวกนายลืมไปแล้วเหรอ? อาวุธที่คุณภาพระดับหนึ่ง สามารถทำให้เกิดความสามารถใหม่ได้”
ทุกคนอึ้งไปสองวิ ก่อนจะมีคนเข้าใจ
