ขนตาของเจ้าแวมไพร์ตัวน้อยกระพือเล็กน้อย เธอค่อย ๆ ลืมตาขึ้น สายตาพุ่งตรงไปยังถุงที่วางเปิดอยู่ข้างโซฟาทันที
ถุงพวกนั้นตั้งอยู่ข้างโซฟา เผยให้เห็นชุดกระโปรงที่พับไว้เรียบร้อยด้านใน
โทนสีดำเป็นหลัก ตัดด้วยสีแดงเข้ม ลวดลายสีเงินอ่อน ๆ ชุดทุกตัวเป็นชุดสไตล์โกธิกที่ประณีต
ปกคอประดับด้วยอัญมณีสีแดงเข้ม กระโปรงปักลายเถาวัลย์สีเงินละเอียด
ลูกไม้ซ้อนกันหลายชั้น ยังมีหมวกสีดำใบเล็ก ๆ อีกด้วย
เธอยืนนิ่งอยู่กับที่ ดวงตาสีเลือดเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย ริมฝีปากขยับ ครู่หนึ่งถึงเปล่งเสียงแผ่วเบาออกมา
[“พวกนี้... ให้ข้าทั้งหมดหรือ”]
ลู่จือสิงยืนพิงตู้ตรงทางเข้า น้ำเสียงสบาย ๆ
“อืม ชอบไหม”
เจ้าแวมไพร์ตัวน้อยเหมือนไม่ได้ยินประโยคหลังของเขา
เธอเดินไปข้างโซฟาแล้ว ย่อตัวลง ยื่นมือไปแตะปลายแขนเสื้อลูกไม้ของชุดตัวบนสุดเบา ๆ
เธอลุกขึ้นพรวด มือไพล่หลัง เชิดคางสูง เบือนหน้าเอาท้ายทอยให้ลู่จือสิง
[“ใคร... ใครชอบของขวัญของเจ้าหรอก ข้าไม่ชอบกระโปรงพวกนี้เลย ข้าใส่อะไรก็ได้ ไม่ต้องการของจุกจิกพวกนี้...”]
ลู่จือสิงมองท้ายทอยของเธอ แล้วมองนิ้วที่กำลังแอบยื่นไปแตะปลายแขนเสื้อลูกไม้ของเธอ ไม่ได้เปิดโปงเธอ
“รับของขวัญข้าแล้ว ต่อไปต้องทำงานให้ข้าดี ๆ นะ”
นิ้วของเจ้าแวมไพร์ตัวน้อยชะงักที่ปลายแขนเสื้อแล้วหดกลับ
[“หึ... จะทำงานหรือไม่ ขึ้นอยู่กับอารมณ์ข้า”]
เธอหยุดไปเล็กน้อย น้ำเสียงเบาลง
[“แต่... ในเมื่อเจ้าซื้อมาแล้ว... ไม่ใส่มันก็ดูเสียดาย... ข้าจะยอมลองใส่ดูก็แล้วกัน”]
เจ้าแวมไพร์ตัวน้อยนั่งยองข้างโซฟา ปลายนิ้วค่อย ๆ ดึงกระโปรงลูกไม้สีดำออกจากถุง
เธอเพิ่งเงยหน้า ก็ประสานสายตาเข้ากับลู่จือสิงพอดี
การเคลื่อนไหวหยุดกึก เธอยืดตัวบางให้ตรงทันที แขนกอดอก
คางเรียวเชิดสูง น้ำเสียงเจือด้วยการยั่วเย้าแบบตั้งใจ
[“ทำไมยังไม่หันหลังอีก ยืนนิ่งอยู่ได้ จะจ้องข้าเปลี่ยนเสื้อผ้าหรือ เจ้าพวกกระจอกเป็นพวกโรคจิตชอบเด็กจริง ๆ ด้วย”]
ลู่จือสิง “???”
เขาถอนหายใจ พูดด้วยน้ำเสียงจริงจังมาก
“ข้าไม่มีนิสัยหันหลังให้คนอื่น”
สายตากวาดผ่านหน้าอกเล็ก ๆ ของเธอเบา ๆ เสริมเรียบ ๆ อีกประโยค
“แล้วอีกอย่าง... เจ้าก็เรียบสนิท”
