บทที่ 2 นางให้พวกเราตายเสีย ตายเร็วก็ไปเกิดเร็ว
หลิวซู่เอ๋อขอบตาแดงเรื่อ “เจ้าบ้าน ท่านแม่ของท่านนี่คิดจะบีบให้เราตายหรือ? ที่อยู่แบบนี้จะให้พวกเราอยู่กันอย่างไร?”
โจวฝูเชิงมองดูเรือนหลังนี้ก็โศกสลดแต่ในใจ ลานเรือนถูกวัชพืชกลืนกินหมดแล้ว
โจวฝูเชิงมองลานเรือนแล้วเอ่ยว่า
“ข้าจะไปเรียกต้าหนิว เอ้อร์หนิว แล้วเรียกชาวบ้านมาอีกสักสองสามคน
จัดการกวาดล้างเรือนนี้เสียก่อน ต่อให้ทำเป็นแค่เพิงกันฝนได้ก็ยังดี อย่างน้อยก็ต้องมีที่พอให้คนอยู่ได้”
ไม่นาน ครอบครัวต้าหนิวและเอ้อร์หนิวก็รีบมา ภรรยาต้าหนิวถอนหายใจแล้วพูดว่า “พวกเจ้าก็ซื่อเกินไปแล้ว ไล่พวกเจ้าออกมา ก็แบ่งให้แค่เรือนพังๆ หลังหนึ่ง ต่อไปวันหน้าจะอยู่อย่างไร?”
ภรรยาเอ้อร์หนิวหัวเราะเย็นชาหนึ่ง “แม่สามีของเจ้านั่นไม่ธรรมดาเลยนะ ตอนนี้ทั้งหมู่บ้านโดนนางหลอกหมดแล้ว นางว่าอย่างไรก็เป็นอย่างนั้น
วันนี้นางประกาศในหมู่บ้านแล้วว่าหว่านหว่านคือดาวหายนะของหมู่บ้านเรา ให้ทุกคนอย่าไปคบค้ากับครอบครัวเจ้าอีก”
โจวหว่านหว่านขบกรามกรอด จิตใจของยายเฒ่าโจวนี่ช่างอำมหิตเกินไปแล้ว พูดตรงๆ ก็คือต้องการบีบบังคับให้ครอบครัวนางตาย
โจวหว่านหว่านส่งเสียง “อา อา อา” อยู่หลายครั้ง ทันใดนั้นก็ร้องเสียงดังว่า “ท่านแม่…”
ทั้งครอบครัวต้าหนิวและเอ้อร์หนิวหยุดมือลง หลิวซู่เอ๋อน้ำตาไหลริน “หว่านหว่าน เมื่อครู่นี้เจ้าเรียกอะไร?”
โจวหว่านหว่านร้องเสียงดังว่า “ท่านแม่…”
หลิวซู่เอ๋อโอบกอดนางทันที “อนิจจา! แก้วตาดวงใจของแม่ จู่ๆ เจ้าก็พูดได้เสียที”
ภรรยาต้าหนิวยิ้มกล่าว “ข้าว่าหว่านหว่านนี่เป็นคนมีวาสนานะ พอเพิ่งย้ายออกจากบ้านท่านแม่สามี เจ้าหนูก็พูดได้เสียแล้ว”
ภรรยาเอ้อร์หนิวเอ่ย “ก็ใช่น่ะสิ ก็แค่ว่าเรือนของพวกเจ้านี่ก็พังเกินไปแล้ว รีบถางหญ้าหน้าประตูให้เกลี้ยงก่อนเถิด
วันนี้พวกเจ้าไปพักที่เรือนข้าเถิด ที่นี่จะอยู่คนได้อย่างไรกัน?”
โจวชิงเยี่ยนพี่ชายใหญ่ของโจวหว่านหว่านขมวดคิ้วกล่าว “ข้าจะไปหาเหตุผลกับพวกมันเดี๋ยวนี้เลย ไหนเลยจะมีคนข่มเหงรังแกกันได้ถึงเพียงนี้?”
โจวชิงเหอพี่ชายรองหัวเราะเย็น “ยายนี่เหตุใดจึงมองครอบครัวเราขวางตาไปหมด? ข้าว่าสมควรต้องไปทวงความยุติธรรม”
หลิวซู่เอ๋อดึงพวกเขาไว้ว่า “กลับมา การทะเลาะมีประโยชน์อะไร? นิสัยท่านย่าของพวกเจ้ายังจะไม่รู้อีกหรือ?
ยิ่งก่อความนางก็ยิ่งได้ใจ ไม่แน่อาจจะเอาเรือนเก่าคืนไปด้วยก็ได้ ช่างเถิด เรามีมือมีเท้ายังอดตาย”
โจวชิงเยี่ยอายุมากกว่าโจวหว่านหว่านหกปี เขาสีหน้าเดือดดาลกล่าวว่า “แต่นางทำเกินเลยไปหน่อยแล้วล่ะ ปีกว่าๆ มานี้นางคอยหาเรื่องครอบครัวเราตลอด
เงินทั้งหมดที่ครอบครัวเราหามาได้ล้วนถูกนางเอาไปหมด ยังจะคิดขายน้องสาวของข้าอีก นางต้องการจะทำอะไรกันแน่?”
หลิวซู่เอ๋อถอนหายใจยาว “พูดไปก็ไม่มีประโยชน์อะไร อย่างไรเสียพวกเราก็ถูกแยกครัวออกมาแล้ว ตอนนี้สิ่งสำคัญที่สุดคือจะเอาชีวิตรอดอย่างไร”
นางหันไปพูดกับภรรยาเอ้อร์หนิวว่า “พวกเราไม่กลับไปกับเจ้าด้วยหรอก วันนี้ต้องขอบใจพวกเจ้ามาก อีกสักพัก ข้าจะเชิญพวกเจ้ากินข้าวอีกครั้ง”
ภรรยาต้าหนิวรีบโบกมือกล่าวว่า “เกรงใจอะไรกันกับเราล่ะ นี่คือเสบียงถุงเล็กๆ พอกินไปได้สองสามวัน พวกเจ้าอดออมหน่อยก็แล้วกัน
หญ้าตรงนี้เก็บกวาดเรียบร้อยแล้ว พวกเราก็ขอตัวกลับก่อน”
หลิวซู่เอ๋อขอบตาร้อนผ่าว “วันนี้ขอบคุณพวกเจ้ามากจริงๆ เสบียงนี่ข้าจดจำไว้แล้ว…”
“อนิจจา ทุกบ้านย่อมมีเรื่องกลัดกลุ้ม สักวันชีวิตย่อมดีขึ้น เอาล่ะ พวกเราไปก่อนนะ”
หลังจากพวกเขาไปแล้ว หลิวซู่เอ๋อมองโจวฝูเชิงเอ่ยว่า “พวกเรานี้จะทำอย่างไรดี? ตอนแยกครัวไม่ได้เอาอะไรออกมาเลย ต่อให้มีข้าวสาร ก็ไม่มีทางหุงข้าวได้นี่!”
โจวฝูเชิงถอนหายใจเอ่ยว่า “เช่นนั้นข้า…ข้าจะกลับไปสักเที่ยว ไปขอหม้อเหล็กจากพวกเขา แล้วก็ขอถ้วยชามอีกสักสองสามใบ”
“ก็ได้…”
โจวฝูเชิงพาโจวชิงเยี่ยนไปยังตระกูลโจว แต่เมื่อกลับมา ใบหน้าของโจวฝูเชิงมีรอยฝ่ามือตบเพิ่มสองรอย
หลิวซู่เอ๋อมองเขาแล้วถาม “เป็นอย่างไรบ้าง?”
โจวฝูเชิงส่ายศีรษะ น้ำตาคลอเบ้า โจวชิงเยี่ยนกำหมัดแน่นกล่าวว่า “นางให้พวกเราตายเสีย ตายเร็วก็ไปเกิดเร็ว ยังบอกอีกว่าภายหลังในหมู่บ้านไม่มีที่อยู่ของพวกเรา
บอกว่า…บอกว่าต่อไปพวกเราอย่าได้เข้าไปในหมู่บ้านอีก หมู่บ้านไม่ต้อนรับพวกเรา
ชาวบ้านพวกนั้น ก็ขับไล่พวกเราออกมา บอกว่าไม่ให้พวกเราเข้าหมู่บ้าน”
หลิวซู่เอ๋อเดือดดาลจนตัวสั่น “อาศัยอะไรกัน? นี่…นี่ไม่ใช่คิดจะบีบให้พวกเราตายชัดๆ หรือ?”
โจวฝูเชิงมองนางเอ่ยว่า “ไม่อย่างนั้น…ไม่อย่างนั้นพวกเรายังจะออกจากหมู่บ้านโจวไปเสียดีหรือไม่?
ผู้คนที่นี่ไม่ต้อนรับพวกเราเลย ต่างบอกว่าพวกเราเป็นคนอัปมงคล ใครเข้าใกล้พวกเราก็จะต้องซวย”
หลิวซู่เอ๋อโมโหจนน้ำตาไหลออกมา “ทะเบียนบ้านของพวกเราก็อยู่ที่นี่ จะไปที่ไหนได้?
ไม่มีหนังสือเดินทาง พวกเราไปไหนไม่ได้ พวกเราหมดทางตายแล้ว”
ในยุคโบราณ ไม่ว่าจะไปที่ไหนล้วนต้องมีหนังสือเดินทาง ต่อให้เป็นการย้ายจากหมู่บ้านหนึ่งไปอีกหมู่บ้านหนึ่ง ก็เป็นไปไม่ได้
โจวหว่านหว่านก็ไม่เคยคิดมาก่อนว่ากฎเกณฑ์ในยุคโบราณจะเคร่งครัดถึงเพียงนี้ นางถือโอกาสตอนที่พวกเขาไม่ทันสังเกต เดินตรงเข้าไปในดงวัชพืชข้างๆ แล้วค่อยๆ นั่งลง
ชาติก่อนนางเคยเป็นหมอ ตระกูลของนางทรงพลังยิ่งนัก เพราะในแต่ละรุ่นของตระกูลจะปรากฏผู้มีพลังพิเศษหนึ่งคน สามารถสื่อสารกับพืชพรรณได้
ข้อดีของการสื่อสารกับพืชพรรณคือสามารถรับรู้ข้อมูลจำนวนมหาศาล อาทิ พืชชนิดหนึ่งชอบอะไร ต้องการอะไร จะถ่ายทอดกลับมายังผู้มีพลังพิเศษ
ในรุ่นนี้นางคือผู้มีพลังพิเศษ น้องสาวต่างมารดาของนางได้วางยาพิษลงในนมของนางตรงๆ จนนางถูกพิษตาย
ไม่รู้ว่าชาตินี้ ความสามารถในการสื่อสารกับพืชพรรณนี้จะยังคงอยู่หรือไม่
นางค่อยๆ นั่งลง เริ่มสัมผัสพืชพรรณโดยรอบ ทันใดนั้นนางก็ได้ยินต้นหญ้าสุนัขไม่กี่ต้นกำลังพูดคุยกัน “ช่างน่าเบื่อเสียจริง ทุกวันก็วนเวียนอยู่ที่นี่ ไม่สนุกเอาเสียเลย”
“ก็ใช่ปะไร ไม่เหมือนกับไก่ป่าตัวข้างๆ นั่น บินไปบินมาได้ทุกวัน”
“ไก่ป่าตัวนี้ชั่งอ้วนเสียจริง ทับข้าจนเจ็บไปหมดเลย เจ้าเด็กน้อยจะเจ็บตายแล้ว”
“ยังมีไข่ไก่ป่าอีกตั้งหลายฟอง น่าเสียดายที่พวกเรากินไม่ได้”
โจวหว่านหว่านหัวเราะคิกคัก พลังพิเศษของนางยังใช้ได้อีกด้วย น่าเสียดายที่เป็นเพียงทักษะขั้นต้นอย่างยิ่ง สัมผัสได้เฉพาะพืชพรรณขั้นต่ำเหล่านี้
นางค่อยๆ เดินเข้าไปใกล้ต้นหญ้าสุนัข หมอบกายลง แล้วก็โผเข้าไปหาไก่ป่าตัวนั้นอย่างรวดเร็ว
ไก่ป่ายังคิดจะหนี แต่ถูกโจวหว่านหว่านจับปีกไว้แน่น จะบินกระพืออย่างไรก็บินไม่ออก
โจวหว่านหว่านหัวเราะลั่น “ท่านพี่ มา…มาเร็วสิ รีบมาเร็ว!”
โจวชิงเยี่ยนวิ่งพรวดเข้ามา ก็เห็นไก่ป่าในมือของโจวหว่านหว่านกำลังดิ้นรนกระพือปีกไม่หยุด
เขาเผลอกลืนน้ำลายแล้วถามว่า “น้องสาว นี่เจ้าเป็นคนจับหรือ?”
โจวชิงเฉินพี่ชายสามตาเป็นประกาย “น้องสาว เจ้านี่ช่างเก่งกาจนัก แม้แต่ข้ายังจับไก่ป่าไม่ได้เลย”
โจวหว่านหว่านพยักหน้ารับ “จริงๆ นะเจ้าคะ พี่ๆ พวกเรามีเนื้อกินแล้ว เจ้าดีใจหรือไม่?”
โจวชิงเยี่ยนจมูกแสบขึ้นมา น้ำตาก็ไหลริน “น้องสาวของข้าช่างเป็นน้องสาวที่แสนดีนัก พวกมันอาศัยอะไรถึงจะขายเจ้า? ฮือๆๆ…”
โจวหว่านหว่านกะพริบตาปริบๆ เอ่ย “ท่านพี่ใหญ่ พวกเราอย่าร้องไห้เลยนะ ยังมีไข่ไก่ป่าอีกหลายฟองนะ ไม่อย่างนั้นเรากลับบ้านมากินไข่กันดีหรือไม่?”
โจวชิงเยี่ยนพยักหน้ารับ “ได้”
หลิวซู่เอ๋อมองดูไก่ป่าหนึ่งตัว กับไข่ไก่ป่าอีกสิบฟองแล้วถึงกับตาค้าง “นี่…นี่ไก่ป่าพวกเจ้าเป็นคนจับมาหรือ?”
โจวชิงเหอเต็มไปด้วยความภาคภูมิ “ไก่ป่าน้องสาวข้าเป็นคนจับนะ ล้วนแต่บอกว่าน้องสาวข้าเป็นดาวหายนะ แต่นี่มันดวงดีประจำบ้านของพวกเราชัดๆ”