“พูดมา! นายทำอะไรผิด?!”
เจียงเย่าเห็นเซินจี้ไม่พูดไม่จา ก็ยิ่งตะโกนเสียงดังขึ้น
เซินจี้ข่มกลั้นแรงกระตุ้นที่อยากฆ่าหวู่ฮวนเอี้ยนให้ตายคาที่ไว้ มองเธอด้วยความงุนงง “...ผมทำอะไรผิด?”
“ใช่สิ นายทำอะไรผิด? พูดมาสิ!” เจียงเย่ายื่นนิ้วชี้ไปจิ้มอกเขาอย่างไม่เกรงใจ แล้วพูดเสียงดุดัน “นายยอมรับเองว่าความผิดทั้งหมดเป็นของนาย งั้นตกลงนายไปทำอะไรมา?!”
“เซินจี้ ฉันไม่ใช่คนที่จะหลอกกันได้ง่ายๆ นะ! วันนี้ถ้านายไม่อธิบายให้ชัด ก็ไสหัวออกไปจากบ้านฉันเลย!”
เจียงเย่าชักมือกลับ หัวเราะเยาะเสียงหนึ่ง “ฉันก็สงสัยอยู่ จู่ๆ เตรียมของตั้งเยอะแยะ ทั้งส่งดอกไม้ทั้งส่งเครื่องประดับ แถมยังแต่งตัวแบบนี้อีก คิดจะทำอะไรกันแน่?”
“ยั่วยวนคุณ”
สามคำของเซินจี้ที่โพล่งออกมาอย่างไม่ทันตั้งตัว ทำเอาเจียงเย่าถึงกับพูดไม่ออก
“ฮะๆ ยั่วยวน...” เจียงเย่ากระแอมหนึ่งที “ยั่วยวนฉันงั้นเหรอ?”
เธอทำหน้าขรึม มองใบหน้าของเซินจี้ที่ไม่มีท่าทีลนลานหรือประหม่าแม้แต่น้อย “อย่ามาพูดเรื่องไร้สาระ ฉันถามนายอยู่ว่าทำอะไรผิด”
เจียงเย่าเอาแต่ข้องใจเรื่องที่เขา “ทำผิด” ส่วนเซินจี้กลับนึกไม่ออกเลยสักนิด
คงไม่ใช่เรื่องที่เขาปลอมเป็นมนุษย์แล้วหลอกเธอแต่งงานหรอก ไม่อย่างนั้นเธอคงไม่แสดงท่าทีแบบนี้
เขาอ้าปากเล็กน้อย ก่อนพูดเสียงเบา “ผมไม่รู้”
“ไม่รู้?” เจียงเย่าขมวดคิ้ว “ไม่รู้หมายความว่ายังไง? ถ้านายไม่รู้ว่าตัวเองทำผิดอะไร แล้วทำไมถึงบอกว่าความผิดทั้งหมดเป็นของนาย?”
“แล้วของพวกนี้อีก ทำไมจู่ๆ วันนี้ถึงเตรียมอะไรพวกนี้ขึ้นมา? นายไม่ได้ไปทำเรื่องไม่ดีข้างนอกจนรู้สึกผิด แล้วถึงมาประจบฉันหรอกนะ?”
