หวู่ฮวนเอี้ยน: [เป็นแบบนี้ครับเจ้านาย ถ้าภรรยาของคุณไม่มีความสุข สิ่งแรกที่เราต้องรู้ก็คือเธอไม่มีความสุขเพราะอะไร]
หวู่ฮวนเอี้ยน: [ถึงจะแก้ปัญหาได้ตรงจุดครับ]
หวู่ฮวนเอี้ยน: [แล้วก็เจ้านายครับ ตอนนี้คุณบอกภรรยาเรื่องที่คุณจะไปทำธุระที่เมืองจิงซื่อหรือยังครับ]
หวู่ฮวนเอี้ยน: [ถ้ายังไม่บอก ทาสผู้ซื่อสัตย์ของคุณแนะนำว่าอย่าเพิ่งพูดครับ]
เซินจี้อ่านอยู่นาน ก่อนจะตอบกลับว่า: [ทำไม]
ในฐานะคนรวย หวู่ฮวนเอี้ยนเคยคบแฟนมาไม่น้อย คราวนี้เขาถึงกับตระหนักว่า “ความเชี่ยวชาญพิเศษ” ของตัวเองได้มีประโยชน์เสียที ความคลั่งไคล้ในตัวเจ้านายทำให้เขาเลือดร้อนขึ้นมา จึงเริ่มพิมพ์รัวๆ
หวู่ฮวนเอี้ยน: [เป็นแบบนี้ครับเจ้านาย ลองคิดดูสิครับ ภรรยาของคุณอยู่คนเดียวที่เมืองจิงซื่อ ย่อมต้องรู้สึกเหงาเปล่าเปลี่ยวอยู่บ้าง จนกลางดึกก็นอนไม่หลับ]
หวู่ฮวนเอี้ยน: [ถ้าในเวลาแบบนั้น คุณปรากฏตัวตรงหน้าเธอราวกับเทพเจ้าลงมาจุติ มอบความประหลาดใจให้เธอ เธอจะซาบซึ้งใจแค่ไหน ดีใจแค่ไหน โรแมนติกแค่ไหนกันครับ!]
เซินจี้: [อยู่ข้างเธอตลอดไปไม่ดีกว่าหรือ]
หวู่ฮวนเอี้ยน: [เจ้านายครับ ในสังคมมนุษย์มีคำพูดว่า “อยู่ห่างกันสักพักยิ่งเหมือนฮันนีมูนใหม่” ความหมายก็แบบนี้แหละครับ!]
เซินจี้: [ถ้าไม่ได้ผลล่ะ]
ความกระตือรือร้นของหวู่ฮวนเอี้ยนหายวับไปทันที เขารู้แล้วว่ากำลังจะเกิดอะไรขึ้น ยังไม่ทันหาคำแก้ตัว ก็เห็นข้อความตอบกลับจากเจ้านายเสียก่อน
เซินจี้: [ถ้าไม่ได้ผลก็ฆ่านายทิ้ง]
มือของหวู่ฮวนเอี้ยนสั่นจนแทบถือโทรศัพท์ไม่อยู่ เขาอยากตบหน้าตัวเองสักสิบฉาด!
หวู่ฮวนเอี้ยนตอบกลับอย่างหวาดหวั่น พยายามดึงบทสนทนากลับไปที่เรื่อง “ภรรยาไม่พอใจควรทำยังไง”: [เอ่อ เจ้านายครับ คุณบอกว่าภรรยาไม่พอใจ แล้วคุณรู้ไหมครับว่าเกิดอะไรขึ้น]
