เสียงน้ำจากฝักบัวดัง “ซ่า” ก้องไปทั่วห้องน้ำ
เจียงเย่ายังไม่ค่อยชินกับการอยู่ต่อหน้าเซินจี้ในพื้นที่แบบนี้
แต่เห็นได้ชัดว่าเซินจี้ไม่ได้กังวลแบบเดียวกับเธอ
ใต้สายน้ำที่ชะล้างลงมา คือสัญชาตญาณอันมึนเมาของมนุษย์ และความปรารถนาครอบครองของสัตว์ประหลาดที่พยายามควบคุมทุกสิ่ง
เจียงเย่ารู้สึกร้อนวูบวาบไปทั้งตัว ท่ามกลางความมึนงง เธอแทบไม่อาจรับรู้ทุกสิ่งได้อย่างชัดเจน
เธอเพิ่งจะรู้ตัวขึ้นมาราง ๆ ว่าวันนี้เซินจี้ดูผิดปกติไปเล็กน้อย
แต่ประสบการณ์ทางประสาทสัมผัสอันรุนแรงกลับไม่เปิดโอกาสให้เธอสงบใจคิด
ทำได้เพียงปล่อยให้ตัวเองจมดิ่งลงสู่ความมืดมิดไร้ขอบเขต
ในที่สุดเสียงน้ำในห้องน้ำก็หยุดลง เซินจี้อุ้มคนที่หลับหมดสติออกมา ทั้งที่ผมยังเปียกชื้น
เขาเปลือยกายโดยไม่รู้สึกกระดากอายแม้แต่น้อย แล้ววางเธอลงใต้ผ้าห่ม
ใบหน้าของเจียงเย่าแดงระเรื่อ เส้นผมยังชื้นเล็กน้อย เซินจี้มองเธอ เอียงศีรษะนิดหนึ่ง ก่อนยื่นมือไปแตะแก้ม
หนวดสีดำเส้นหนึ่งพลันไต่จากไหล่ของเขาไปยังข้อมืออย่างรวดเร็ว แล้วเลื้อยตามปลายนิ้วไปจุมพิตแก้มเธออย่างระมัดระวัง
เกิดเสียง “จุ๊บ” แผ่วเบา
เซินจี้ขมวดคิ้ว เอ่ยเสียงเย็นว่า “กลับไป”
หนวดเส้นเล็กยังอ้อยอิ่งถูแก้มเธออีกครั้ง ก่อนแตะเส้นผมเบา ๆ เป็นครั้งสุดท้าย
ราวกับดูดซับไอน้ำทั้งหมดไปจนหมด ความชื้นเล็กน้อยบนเส้นผมของเจียงเย่าก็หายไปอย่างสิ้นเชิง
สายตาของเซินจี้เลื่อนไปหยุดที่ริมฝีปากของเธอ
มือของเขายกขึ้นแตะลำคอตัวเอง
เมื่อเทียบกับรอยที่เธอกัดไว้เมื่อตอนเช้า ตอนนี้รอยนั้นชัดเจนและหนักหน่วงกว่าเดิมมาก
ดูเหมือนเขาจะค้นพบแล้วว่าเจียงเย่ามีความชอบเล็ก ๆ บางอย่างในเรื่องนี้
สัตว์ประหลาดมองเธอเงียบ ๆ อยู่นาน ไม่ขยับเขยื้อนและไม่พูดอะไร เพียงแลบลิ้นสีแดงฉานออกมาเลียมุมปากอย่างชื่นชมรสชาติ
อร่อย
แต่ห้ามทำให้เธอตกใจ
เซินจี้จ้องมองเธอนิ่ง ๆ อยู่นาน จนกระทั่งเธอพลิกตัวเบา ๆ ความเงียบสงัดในห้องราวกับเวลาหยุดนิ่งจึงถูกทำลายลง
เขาเงยหน้าขึ้นเล็กน้อย แล้วหันไปมองนอกหน้าต่างอย่างกะทันหัน
หน้าต่างปิดไม่สนิท สายลมอ่อนพัดม่านโปร่งสีขาวให้ปลิวไหว ภายใต้แสงจันทร์ดูราวกับหมอกบางลอยขึ้นมา
