ในร้านกาแฟ เจียงเย่ามองชายที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามอย่างเก้อเขินเล็กน้อย
ดูเหมือนเขาเองก็รู้ตัวว่าการจู่โจมมาหาถึงที่อาจทำให้อีกฝ่ายลำบากใจ จึงปรับสีหน้าให้จริงจัง ก่อนพูดเข้าเรื่องตรงๆ ว่า “ครั้งนี้ผมมาที่นี่เพื่อสืบคดีหนึ่งครับ”
คดีงั้นเหรอ?
เจียงเย่าอดนึกถึงคดีที่เพิ่งเกิดขึ้นเมื่อไม่นานมานี้ ซึ่งเกี่ยวข้องกับเธอด้วยไม่ได้
ก็โจวเทาไม่ใช่หรือไง?
แต่ตอนนี้กู่ไหวอันน่าจะเป็นตำรวจอยู่ที่เมืองจิงซื่อ แล้วทำไมจู่ๆ ถึงมาที่นี่ได้ล่ะ?
ยิ่งเจียงเย่าคิดก็ยิ่งรู้สึกว่ามีอะไรไม่ชอบมาพากล แววตาที่มองเขาจึงเริ่มระแวดระวังขึ้น
กู่ไหวอันรู้ว่าเจียงเย่าเป็นผู้เสียหายคนหนึ่งในคดีนั้น พูดตามตรง สิ่งที่เรียกว่า “สิ่งผิดปกติ” น่าจะไม่เกี่ยวข้องกับเธอ
เมื่อนึกถึงประสบการณ์ในช่วงที่ผ่านมา แม้แต่ผู้ชายอย่างกู่ไหวอันที่คิดว่าตัวเองรับมือกับเรื่องต่างๆ ได้ดีเยี่ยม ก็ยังอดรู้สึกหวาดหวั่นไม่ได้
โลกทัศน์ของเขาถูกเขย่าและสร้างขึ้นใหม่ซ้ำแล้วซ้ำเล่า ก่อนหน้านี้เขาได้พบกับ “คดีสิ่งผิดปกติ” จึงถูกย้ายจากสถานีตำรวจที่ทำงานอยู่ไปยังหน่วยตรวจจับสิ่งผิดปกติโดยตรง จากนั้นก็ได้พบกับคดีฆาตกรรมนี้
คดีฆาตกรรมเกิดขึ้นเมื่อไม่กี่วันก่อน เนื่องจากสถานีตำรวจในเมืองเล็กๆ ไม่มีความสามารถจัดการคดีสิ่งผิดปกติได้ด้วยตัวเอง จึงรายงานเรื่องไปยังเมืองจิงซื่อโดยตรง ตามหลักแล้วไม่ควรเป็นเขาที่มารับผิดชอบ
แต่ทางหน่วยตรวจจับสิ่งผิดปกติประเมินว่าคดีนี้อาจเป็นเพียงคดีระดับซีประเภท “อัญเชิญ” จึงส่ง “เด็กใหม่” อย่างเขามาออกปฏิบัติงาน ถือโอกาสเปิดหูเปิดตาไปด้วย
นอกจากเขาแล้ว ยังมีรุ่นพี่จากหน่วยตรวจจับสิ่งผิดปกติมาด้วย แต่เพราะคนที่เขาจะมาพบคือเจียงเย่า กู่ไหวอันจึงอาศัยความคุ้นเคยกับเธอ ขอให้รุ่นพี่อนุญาตให้เขามาคนเดียว
