เซินจี้มาถึงเร็วมาก
แทบจะไม่ถึงสิบกว่านาทีหลังวางสาย เขาก็มาปรากฏตัวอยู่หน้าร้านกาแฟแห่งนี้
ทันทีที่ก้าวเข้าประตู สายตาของเขาก็จับจ้องไปยังกู่ไหวอันที่นั่งอยู่ตรงข้ามเจียงเย่า
ดวงตาสีดำคู่นั้นแทบไม่มีอารมณ์ใด ๆ มีเพียงตอนที่สายตาตกลงบนเจียงเย่าเท่านั้นที่เผยให้เห็นความสั่นไหวเล็กน้อย
เขาเดินตรงไปนั่งข้างเจียงเย่า ตอนแรกเพียงเหลือบมองกู่ไหวอันแวบหนึ่ง จากนั้นสายตาทั้งหมดก็กลับมาจับจ้องเจียงเย่า
“เจียงเย่า” เขาเอ่ย พลางมองดวงตาที่ดูตึงเครียดเล็กน้อยของเธอ “เรียกผมมาเพื่อให้มาเจอเขางั้นเหรอ”
เจียงเย่ารู้สึกไม่ค่อยสบายใจที่ถูกเขาจ้อง จึงพยักหน้าส่ง ๆ แล้วกระซิบกำชับ “เดี๋ยวตอบคำถามคุณตำรวจกู่ดี ๆ เข้าใจไหม”
“อ้อ”
ชายหนุ่มตอบกลับเพียงเสียงเรียบ แต่ไม่ได้หันไปมองกู่ไหวอัน กลับเอาแต่สังเกตสีหน้าของเธอ
กู่ไหวอันลอบสังเกตเขาอยู่ตลอด
ตั้งแต่วินาทีที่เขาก้าวข้ามประตูเข้ามา กู่ไหวอันก็รู้สึกราวกับถูกสิ่งมีชีวิตบางอย่างจับจ้อง
แต่เพียงชั่วพริบตา ความรู้สึกนั้นก็หายไปอย่างสิ้นเชิง
“เครื่องตรวจจับ” ที่เขาจงใจเปิดทิ้งไว้ในกระเป๋าไม่มีปฏิกิริยาแม้แต่น้อย ดูท่าผู้ชายตรงหน้าจะเป็นเพียงคนธรรมดา
เมื่อรู้เช่นนั้น ความระแวดระวังของกู่ไหวอันก็ลดลงเล็กน้อย แต่สัญชาตญาณกลับบอกว่าเหมือนมีบางอย่างไม่ถูกต้อง
เจียงเย่าแค่อยากให้เรื่องทั้งหมดจบลงเร็ว ๆ จึงหันไปพูดกับเซินจี้ก่อน “เซินจี้ นี่คือคุณตำรวจกู่ไหวอัน เขามาที่เมืองอันเพราะคดีของโจวเทา ก็เลยอยากถามคุณสักหน่อย”
พูดจบ เธอก็หันไปทางกู่ไหวอัน “คุณตำรวจกู่ นี่คือ...สามีของฉันตามกฎหมาย เซินจี้ค่ะ”
กู่ไหวอันพยักหน้าให้เซินจี้ “สวัสดีครับ คุณเซิน”
