ตอนเจียงเย่ากลับถึงบ้าน เซินจี้ก็ผูกผ้ากันเปื้อนไว้ที่เอวเหมือนทุกวัน กำลังทำอาหารอยู่
ความรู้สึกธรรมดาสามัญเช่นนี้ ก่อนที่ชีวิตจะเกิด “การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่” ทำให้เจียงเย่าสัมผัสได้ถึงความงดงามของคำว่า “ปกติ”
พอเห็นเขา เธอก็โล่งอก เดินเข้าไปหาเขาด้วยสีหน้าปกติ แล้วชะโงกมองเข้าไปในหม้อ
แต่กลับเห็นว่าเซินจี้กำลังตุ๋นอะไรบางอย่าง เนื้อถูกหั่นเป็นชิ้นสี่เหลี่ยมจัตุรัสเรียบร้อย รูปร่างน่ารักไม่น้อย แถมยังส่งกลิ่นหอมฟุ้งชวนกิน
น้ำลายเริ่มสอโดยไม่รู้ตัว เจียงเย่าจึงอดถามไม่ได้ว่า “วันนี้ทำอะไรอีกเหรอ?”
“หมูตุ๋นน้ำแดง”
สายตาของเซินจี้หยุดอยู่บนใบหน้าของเจียงเย่าชั่วครู่ “ชอบไหม?”
“เมื่อก่อนฉันรู้สึกว่าหมูตุ๋นน้ำแดงมันเลี่ยนไปหน่อย แต่แปลกจัง แค่เป็นอาหารที่คุณทำ ฉันก็ชอบหมดเลย”
ถ้าจะพูดถึงสิ่งที่เจียงเย่าพอใจในตัวเซินจี้มากที่สุด นอกจากหน้าตาแล้ว ก็ต้องเป็นฝีมือทำอาหารอันยอดเยี่ยมของเขา
เพียงคำชมจากมนุษย์คำเดียว หัวใจในอกกลับค่อย ๆ เต้นเร็วขึ้นไปชั่วขณะ
เซินจี้หลุบตาลง สายตาตกลงบนขนตายาวหนาของมนุษย์ แล้วเผลอคิดถึงเรื่องอื่นนอกเหนือจากฝีมือทำอาหาร
ตอนเพิ่งกลายเป็นมนุษย์ เซินจี้ยังจูบไม่ค่อยเป็น แต่เขาเลียนแบบเก่งและมีความจำเป็นเลิศ
ดังนั้นจนถึงตอนนี้ เขายังจำสัมผัสตอนจูบเธอครั้งแรกได้ เพราะยังไม่ชำนาญ ผิวจึงสัมผัสโดนขนตาของเธอ
ต่อมาไม่ว่าจะตั้งใจหรือไม่ก็ตาม บางครั้งเขาก็มักจงใจใช้มือปิดตาเธอ ปล่อยให้ขนตาหนาแน่นของเธอสั่นไหวกระทบฝ่ามือ
ทั้งระมัดระวัง ทั้งเร่าร้อน เปราะบางราวกับลูกนกแรกเกิด แต่กลับทำให้เขามีความสุขอย่างแท้จริง
พานให้แม้แต่การจูบ ซึ่งเป็นกิจวัตรประจำวันของสามีภรรยามนุษย์ ก็พลอยเปลี่ยนไปไม่เหมือนเดิม
