กว่าทั้งสองคนจะจัดการธุระเสร็จกลับถึงบ้านก็เกือบพลบค่ำแล้ว สือเจียอีหิวจนท้องร้องโครกคราก
“ย่า เดี๋ยวฉันไปอาบน้ำก่อน ย่าช่วยหุงข้าวไว้ให้หน่อยนะ เดี๋ยวฉันมาจัดการกับข้าวเอง”
พอเห็นหลิวอวี่เฟย สือเจียอีก็ดึงเธอมาแนะนำให้ย่าสือรู้จักอีกครั้ง
หลังจากอาบน้ำเสร็จ เธอถึงรู้สึกว่าตัวไม่คันยุบยิบอีกแล้ว
ย่าสืออาจจะเห็นว่ามีแขกมาบวกกับเป็นช่วงฤดูเก็บเกี่ยว ก็เลยหยิบเบคอนรมควันกับปลาแห้งรมควันออกมาอย่างละก้อน
สือเจียอีอาบน้ำเสร็จแล้วเข้าครัวไป เห็นในตะกร้ามีรากบัวอยู่ ก็เลยให้หลิวอวี่เฟยช่วยปอกเปลือกให้
ย่าสืออ้าปากจะพูด แต่สุดท้ายก็หุบปากเงียบ
ในใจกลับคิดว่า ปอกเปลือกทิ้งไปขนาดนี้ อีกหน่อยจะได้กินสักกี่คำกันเชียว
ปู่สือก็กลับมาเหมือนกัน “เจียอี ลุงใหญ่บอกว่าเดี๋ยวกินข้าวเสร็จจะมาหาลูก”
“ได้เลย! ปู่ ปู่รีบไปล้างเนื้อล้างตัวเร็วเข้า เตรียมกินข้าวได้แล้ว!”
สือเจียอีหิวจนท้องร้องจ๊อก ๆ หลิวอวี่เฟยยืนดูอยู่ข้าง ๆ ก็กลืนน้ำลายตาม
“เจียอี หอมจังเลย! ฝีมือทำอาหารเธอสุดยอดไปเลยนะ!”
“ถือว่าเธอโชคดีที่มีวาสนาได้กิน” สือเจียอีมือไม้คล่องแคล่วตักปลาแห้งรมควันที่ทอดแล้วขึ้นมา ใส่น้ำมันอีกครั้ง กระเทียม พริก ผัดให้หอม
โยนเบคอนรมควันที่หั่นไว้ลงไป
“เธอไปตามย่าฉันหน่อยสิ บอกให้ย่าไปเด็ดผักใบเขียวมาหน่อย”
“ได้”
ไม่นานนัก กับข้าวสี่อย่างก็วางบนโต๊ะ
“กินข้าวได้แล้ว!” เธอตะโกนเรียก
“โอ้วันนี้มีเบคอนรมควันกินด้วยเหรอ?” ปู่สือเห็นกับข้าวสีน้ำมันเยิ้มจานนี้ ดีใจจนหน้าบาน
ยายแก่บ้านนี้นอกจากวันตรุษจีนแล้ว ไม่เคยยกเบคอนรมควันกับปลาแห้งรมควันขึ้นโต๊ะพร้อมกันมาก่อนเลย
“กิน ๆ ไปเถอะ!” ย่าสือขว้างค้อนใส่เขา
“มา อวี่เฟย ลองชิมเบคอนรมควันนี่ดู อร่อยมากเลยนะ” พูดพลางคีบชิ้นโตใส่ชามของอีกฝ่าย
หลิวอวี่เฟยรีบยื่นชามเข้าไปรับ “ได้ค่ะ ๆ ขอบคุณค่ะคุณย่า หนูตักเองดีกว่าค่ะ”
