ปลายหูของฟู่หยุนเฉิงแดงระเรื่อ เขาหลุบตาลงอย่างเขินอาย “เมื่อคืนมีคนมาหา”
ใบหน้าของฟู่หมิงโจวซีดเผือดขึ้นมาทันที ไม่รู้คิดอะไรอยู่ จู่ ๆ เขาก็ออกแรงกระชากเสื้อจนกระดุมหลุดออกหมด เผยรอยแดงเป็นปื้นกว้างบนแผงอกของฟู่หยุนเฉิงอย่างชัดเจน
หูของฟู่หยุนเฉิงแดงยิ่งกว่าเดิม “พี่ ทำอะไรน่ะ?”
ฟู่หมิงโจวสูดลมหายใจเฮือก “ทั้งหมดนี่ฝีมือยัยโง่นั่นเหรอ?”
ฟู่หยุนเฉิงเงยหน้ามองพี่ชาย “ใครบอกว่าเธอเป็นคนโง่?”
ฟู่หมิงโจวชะงักไป “มะ...ไม่ใช่คนโง่ แล้วเป็นใคร?”
“ผมก็ไม่รู้ว่าเธอเป็นใคร ผมเพิ่งได้สติก่อนพวกพี่จะพังประตูเข้ามา พอลืมตาขึ้นมา เธอก็ไม่อยู่ในห้องแล้ว”
ฟู่หยุนเฉิงส่ายหน้า น้ำเสียงเจือความเศร้าสร้อยปนโล่งใจ เศร้าที่ไม่รู้ชื่อคนเมื่อคืน และโล่งใจที่เธอจากไปทันเวลา ไม่ถูกใครจับได้จนต้องเสียชื่อเสียง
“ไม่รู้เหรอ?” ฟู่หมิงโจวอ้าปากค้าง “แต่เมื่อคืนมีแค่ยัยโง่ประจำหมู่บ้านที่หายตัวไป ถ้าไม่ใช่เธอแล้วจะเป็นใครได้อีก?”
“ไม่มีทางเป็นคนโง่แน่นอน” ฟู่หยุนเฉิงยืนกรานอย่างหนักแน่น “เสียงเธอเพราะมาก น้ำเสียงตอนพูดก็เป็นปกติ จะเป็นคนโง่ได้ยังไง?”
“เสียงเพราะเหรอ?” ดวงตาของฟู่หมิงโจวราวกับเห็นความหวัง “แล้วยังคุยกันด้วย เธอบอกไหมว่าชื่ออะไร?”
แววเสียดายวาบผ่านดวงตาของฟู่หยุนเฉิง
ฟู่หมิงโจวเข้าใจแล้ว จึงถามต่อ “แล้วเธอพูดอะไรกับนายบ้าง?”
เขาอยากฟังดูว่าเบาะแสอะไรบ้างหรือเปล่า
ฟู่หยุนเฉิง “มาแล้ว ๆ อย่าเร่งสิ!”
ฟู่หมิงโจว “...!”
ขณะเดียวกัน อีกฟากหนึ่ง ถังชีชีอาศัยความช่วยเหลือจากนกกระจอก หลบสายตาคนในหมู่บ้านกลับไปยังคอกวัว เพื่อพบพ่อของเจ้าของร่างเดิม
แต่สิ่งที่เธอไม่คาดคิดคือ ในคอกวัวกลับไม่มีใครอยู่เลย
พ่อของเจ้าของร่างเดิมไม่อยู่ในคอกวัวอย่างนั้นเหรอ?
ออกไปตามหาเจ้าของร่างเดิม หรือเกิดเรื่องอะไรขึ้นกันแน่?
ถังชีชีหันหลังเดินออกไป ไม่ว่าจะยังไงก็ต้องตามตัวเขากลับมาให้ได้ก่อน!
พอออกจากคอกวัว เธอก็เจอชาวบ้านหลายคนเดินสวนมา
“ยัยหนูโง่ เธอหายไปไหนมา?”
ป้าหวังเป็นหนึ่งในไม่กี่คนในหมู่บ้านที่เอ็นดูเจ้าของร่างเดิมซึ่งเป็นยัยหนูโง่คนนี้
ถังชีชีทำตามปฏิกิริยาของร่างกายโดยไม่รู้ตัว แล้วยัดมือเข้าปาก “ฮี่ ๆ เล่นซ่อนหา เล่นซ่อนหา”
สถานการณ์ตรงหน้ายังไม่กระจ่าง เธอควรทำตัวเหมือนเจ้าของร่างเดิม แกล้งทำเป็นบ้าเป็นบอไปก่อน
ชาวบ้านหลายคนเห็นท่าทางโง่ ๆ ของเธอแล้วก็พูดไม่ออก แม้แต่ป้าหวังก็อดบ่นอย่างหงุดหงิดไม่ได้ “คนทั้งหมู่บ้านตามหาเธอจนแทบคลั่ง เธอกลับมาเล่นซ่อนหากับทั้งหมู่บ้านเนี่ยนะ?”
“เอาละ ๆ ในเมื่อเจอตัวแล้ว ก็รีบปล่อยสหายเฒ่าถังเถอะ ให้พ่อลูกเขารีบกลับเมืองไป”
คำพูดของชายวัยกลางคนอีกคนทำให้ถังชีชีใจหาย พวกเขาจับพ่อของเจ้าของร่างเดิมไว้หรือ?
ป้าหวังจูงถังชีชีเดินเข้าไปในหมู่บ้าน “ยัยหนูโง่ ให้ป้าพาไปหาพ่อดีไหม?”
แววตาของนางเปี่ยมด้วยความเอ็นดูและความเวทนาอยู่หลายส่วน พอเอ่ยปากอีกครั้ง คล้ายพูดกับตัวเอง แต่ก็เหมือนกำลังคุยเล่นกับชาวบ้านคนอื่น “วันนี้สหายเฒ่าถังคงกลับไม่ได้แล้วล่ะ เมื่อเช้าคนที่มารับเขากลับเมืองก็ไปกันแล้ว”
“กลับไม่ได้เหรอ?” ชายวัยกลางคนข้าง ๆ ร้องถามอย่างประหลาดใจ “สองคนนั้นจากในเมืองไม่ได้บอกว่าจะมารับสหายเฒ่าถังกลับไปเป็นครูต่อหรือไง ทำไมถึงกลับไปก่อนล่ะ?”
“จะเพราะอะไรได้อีกล่ะ ไม่ได้ยินหรือไงว่าเมื่อเช้ายัยซินเยว่พูดเป็นนัยอยู่ตลอดว่ายัยหนูโง่ไปเกาะแกะผู้ชายในหมู่บ้าน อาจทำเรื่องบังคับคนเหมือนพ่อของตัวเองเมื่อก่อนก็ได้”
“สองคนนั้นจากในเมืองพอได้ยินแบบนั้นก็พูดว่าไม่รู้มาก่อนว่าสหายเฒ่าถังมีลูกสาวโง่ ๆ อยู่คนหนึ่ง ต้องกลับไปปรึกษากันใหม่ ปรึกษาอะไรกัน ก็แค่หาข้ออ้างปฏิเสธไม่พาพ่อลูกสกุลถังกลับเมืองนั่นแหละ”
ป้าหวังถอนหายใจ น้ำเสียงเจือความขุ่นเคืองอยู่หลายส่วน
ทั้งขุ่นเคืองหวังซินเยว่ ขุ่นเคืองคนจากในเมืองสองคนนั้น
และยังสงสารยัยหนูโง่คนนั้นด้วย
“แล้วจะทำยังไงล่ะ? สหายเฒ่าถังกับยัยหนูโง่กลับเมืองไม่ได้แล้วเหรอ?” น้ำเสียงของอีกคนเริ่มร้อนใจขึ้นมาเล็กน้อย สายตาที่มองยัยหนูโง่ก็ซับซ้อนกว่าเดิม
ป้าหวังส่ายหน้า “ไม่รู้เหมือนกัน เรื่องนี้ต้องไปที่คณะกรรมการชุมชน ฟังดูว่าหัวหน้าหมู่บ้านกับผู้อำนวยการจะว่ายังไง”
เส้นทางจากคอกวัวไปยังที่ทำการหมู่บ้านไม่ไกลนัก แต่ก็เพียงพอให้ถังชีชีปะติดปะต่อสถานการณ์ตรงหน้าจากบทสนทนาของพวกเขาได้
อย่างแรกที่ยืนยันได้คือ วันนี้หมดหวังจะกลับเมืองแล้ว
แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าความหวังที่จะกลับเมืองจะมลายหายไปเสียทีเดียว
ดูจากสถานการณ์ของเธอกับพ่อเจ้าของร่างเดิม พวกเขามีคุณสมบัติที่จะกลับเมืองแล้ว สิ่งที่ต้องการตอนนี้คือหน่วยงานในเมืองที่ยอมรับพวกเขาเข้าไป
หน่วยงานโรงเรียนของพ่อเจ้าของร่างเดิม คงต้องขีดฆ่าออกไปก่อน
ที่เหลือก็มีเพียง “หน่วยงาน” อย่างครอบครัวที่จะรับพวกเขาได้
จากประสบการณ์อ่านนิยายในชาติก่อน เธอแต่งงานออกไปก็ได้
อย่างเช่นทหารปลดประจำการที่บาดเจ็บสาหัสและหมดสติคนนั้น
แต่งงานกับเขา แล้วขอให้เขาคุ้มครอง
ส่วนเงื่อนไขแลกเปลี่ยนก็คือ เธอรักษาเขาให้หาย
นิยายส่วนใหญ่ก็เดินเรื่องแบบนี้
แต่ความจริงคือเธอไม่มีความรู้ด้านการแพทย์
สาขาที่เรียนตอนมหาวิทยาลัยในชาติก่อนคืออุตสาหกรรมชา ดูท่าจะไม่มีประโยชน์อะไรในยุคนี้
อีกอย่าง เธอเป็นแค่คนสวมรอยที่มาแทนเจ้าของร่างเดิม ทำไมต้องเสียสละตัวเองด้วย?
ระหว่างที่ถังชีชีกำลังคิดวุ่นวาย พวกเขาก็มาถึงโถงใหญ่ของที่ทำการหมู่บ้าน
ถังเจิ้นหัวที่นั่งหดตัวอยู่ตรงมุม พอเห็นว่าลูกสาวถูกพบตัวแล้วก็พุ่งพรวดออกมา มองเธอด้วยแววตาห่วงใยระคนกังวล “ชีชี ลูก เป็นยังไงบ้าง? บาดเจ็บหรือเปล่า? มีใครรังแกไหม?”
ทันทีที่เห็นพ่อของเจ้าของร่างเดิม ถังชีชีก็นิ่งอึ้งไปเล็กน้อย
สมกับเป็นคุณลุงวัยกลางคนที่สง่างามและสุภาพอ่อนโยนจริง ๆ
ไม่คิดเลยว่าพ่อราคาถูกคนนี้จะมีต้นทุนดีขนาดนี้ ถ้าอย่างนั้นเขาจะเป็นตัวเลือกสำหรับ “แต่งงานออกไป” ได้หรือเปล่านะ?
ดวงตาของถังชีชีเป็นประกาย ขณะที่ในใจรีบคำนวณอย่างรวดเร็ว
ตัวเธอในฐานะลูกสาว ตอนนี้ยังเป็น “คนโง่” การจะแต่งงานออกไปจึงยากเกินไป
อีกอย่าง ต่อให้ฝ่ายชายยอม ก็คงพาพ่อตาแก่ ๆ ไปด้วยไม่ได้
แต่ถ้าเปลี่ยนเป็นพ่อที่ยังดูมีเสน่ห์คนนี้ก็ไม่เหมือนกัน เธอจะติดตามเขาไปแต่งเข้าบ้านฝ่ายหญิง อย่างมากก็ถูกเรียกว่าลูกติดเมียอยู่สองสามคำ
ถังชีชีคิดแล้วยิ่งเห็นว่าเป็นไปได้ ทั้งร่างถึงกับสั่นด้วยความตื่นเต้น
ถังเจิ้นหัวเห็นลูกสาวจู่ ๆ ก็สั่น จึงเข้าใจผิดไปหมด เขาคว้าไหล่เธอไว้ ดวงตาแดงก่ำขณะมองเธอ “ชีชี บอกพ่อมา มีใครรังแกลูกหรือเปล่า?”
ถังชีชีได้สติกลับมาอย่างฉับพลัน แล้วตอบออกไป “ไม่มี!”
สองคำนี้ฟังดูปกติเกินไป ทำให้ถังเจิ้นหัวชะงักงัน
“ชีชี ลูก...” เขาอยากถามมาตั้งนานแล้วว่าลูกหายดีแล้วหรือเปล่า
ถังชีชีแอบร้องในใจว่าแย่แล้ว ลืมแกล้งทำเป็นคนโง่ไปเสียสนิท
จากนั้นก็รีบยัดมือเข้าปาก “ฮี่ ๆ เล่นซ่อนหา พี่ซินเยว่บอกว่าเล่นซ่อนหา!”
หวังซินเยว่ ผู้หญิงใจร้ายคนนั้น กล้ามาวางแผนเล่นงานเธอ ก็เตรียมรับผลจากการถูกคนโง่เอาคืนไว้ได้เลย
แล้วยังมีพ่อแม่ของหวังซินเยว่ ตัวละครชายหญิงนำในนิยายต้นฉบับที่เคยวางแผนเล่นงานพ่อแม่ราคาถูกของเธอในตอนนั้นอีก
ในเมื่อเธอมาอยู่ในร่างของคนโง่คนนี้แล้ว ก็จะรับช่วงความแค้นของเจ้าของร่างเดิม แล้วสะสางทั้งแค้นเก่าและแค้นใหม่ตลอด 18 ปีที่ผ่านมาให้เรียบร้อย
