“นาฬิกาข้อมือ แต่ไม่ใช่นาฬิกาเข็มที่เห็นกันทั่วไป เป็นนาฬิกาดิจิทัลแบบหนึ่ง ต้นทุนถูก ราคาขายก็ต่ำกว่านาฬิกาเข็มมาก”
กัวเจิงพูดพลางล้วงนาฬิกาข้อมือสีขาวเรือนหนึ่งออกมา “ของขวัญพบหน้าจากพี่ชายให้น้องสาว ถังชีชีเอาไปใส่เล่นนะ”
พอถังชีชีเห็นนาฬิกา ดวงตาก็เป็นประกายวาววับ การขายนาฬิกาดิจิทัล...ลูกพี่ลูกน้องผู้ใจกว้างคนนี้หัวการค้าดีไม่เบาเลย
“ขอบคุณค่ะพี่กัว ฉันชอบมาก” เธอรับมาโดยไม่อิดออด แล้วสวมไว้ที่ข้อมือทันที
เวลาดิจิทัลที่แสดงอยู่บนนาฬิกาถูกตั้งไว้เรียบร้อยแล้ว
“พี่กัวมีร้านของตัวเองหรือว่าเดินขายคะ เดือนหนึ่งขายได้ประมาณเท่าไร แล้วกำไรเท่าไร?” เธอคิดว่านี่เป็นโอกาสดี จะได้ถามให้รู้เรื่อง
กัวเจิงยิ้มบาง ๆ “ฉันไม่มีร้าน แต่มีโกดัง เดือนหนึ่งขายได้เท่าไรก็ขึ้นอยู่กับว่าคนที่อยู่ข้างล่างจะรับของไปได้มากแค่ไหน ส่วนกำไรนั้น ไม่นับต้นทุนกับค่าขนส่งของนาฬิกาดิจิทัลแต่ละเรือนและของเสียหาย ฉันบวกเพิ่มสิบหยวนแล้วขายให้คนของฉัน ส่วนพวกเขาจะขายได้เท่าไรก็ขึ้นอยู่กับฝีมือ”
ถังชีชีตะลึง เธอนึกว่าเขามีร้านเล็ก ๆ หรือไม่ก็เดินขายของ ที่ไหนได้ อีกฝ่ายเป็นพ่อค้าส่งนี่เอง
โห ลูกพี่ลูกน้องผู้ใจกว้างคนนี้เป็นคนใหญ่คนโตจริง ๆ ต้องเกาะขาให้แน่นแล้ว
“พี่...พี่เจิง” ถังชีชีรีบหลีกทางให้ “เข้ามาคุยข้างในสิคะ พี่เจิงช่วยเล่าให้ฉันฟังละเอียด ๆ อีกหน่อยนะ”
กัวเจิงเห็นเต็มตาว่าสายตาที่เธอมองเขาเปลี่ยนไป ถึงขั้นเปลี่ยนจากเรียกพี่กัวอย่างเสียไม่ได้ มาเป็นพี่เจิง
