“มัธยมปลายหรือมัธยมต้น?” นี่คือเรื่องที่ถังชีชีใส่ใจที่สุด
กัวกุ้ยเฟินชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะยิ้มกว้างทันที “มัธยมปลาย ตามที่เธอบอกคือชั้นมัธยมปลายปีสุดท้าย แต่คงมีการสอบประเมินก่อนเข้าเรียนนะ ถ้าสอบไม่ผ่าน ก็ต้องลดชั้นไปเรียนปีแรกของมัธยมปลายอยู่ดี”
ถังชีชีไม่ได้แปลกใจอะไร พยักหน้ารับ “ได้ค่ะ หนูไม่มีปัญหา”
แค่สอบเข้าเล็ก ๆ น้อย ๆ จะมีอะไรให้ต้องกังวล
หลังอาหารเช้า ถังชีชีก็ตามแม่เลี้ยงไปส่งพ่อแท้ ๆ ถึงหน้าสำนักงานการศึกษา
กัวกุ้ยเฟินถือกล่องข้าวสองใบ กำชับไม่หยุด “ฉันรู้ว่าข้างในสำนักงานการศึกษามีโรงอาหาร แต่กลัวคุณจะกินไม่ชิน เลยเตรียมกับข้าวกับผลไม้มาให้ ตอนกลางวันไปตักข้าวที่โรงอาหารมากินคู่กันนะ”
“อ้อ ในนี่มีกาน้ำชากับใบชา ฉันจำได้ว่าเมื่อก่อนคุณชอบชาชนิดนี้ ลองชิมดูว่ายังรสชาติเดิมหรือเปล่า”
ถังชีชีมองอยู่ข้าง ๆ แล้วหาวหวอด “แม่ หนูว่าพอได้แล้วนะ ถ้ายังอาลัยอาวรณ์กันต่อไป พ่อจะสายเอา”
กัวกุ้ยเฟินถึงได้ชักมือกลับ กระแอมเบา ๆ “เอาละ ๆ คุณเข้าไปเถอะ ฉันกับชีชีก็ต้องไปแล้ว”
ถังเจิ้นหัวพยักหน้าหงึก ๆ แต่สายตายังคงเกาะติดอยู่ที่กัวกุ้ยเฟิน “ระหว่างทางระวังด้วยนะ ถ้าเหนื่อยก็กลับไปพักผ่อนเร็วหน่อย”
ถังชีชีอดไม่ได้ กลอกตาใส่อย่างเอือมระอา
ตอนแรกก็ไม่รู้ใครกันที่ไม่เต็มใจแท้ ๆ ตอนนี้กลับมาอาลัยอาวรณ์ให้ใครดูกัน
“ไปกันเถอะ ๆ” ถังชีชีคว้าแขนแม่เลี้ยงไว้ “ถ้าไม่ไป โรงเรียนก็จะสายเหมือนกัน”
ถึงแม่เลี้ยงจะเป็นคนที่เธอเลือกเอง ถึงพ่อจะเป็นพ่อแท้ ๆ แต่ท่าทางออดอ้อนกันไปมาของทั้งคู่ทำเอาเธอทนดูไม่ไหวจริง ๆ
