ระหว่างพูดคุยกัน ทั้งสองก็มาถึงคอกวัว สถานที่ที่ถังเจิ้นหัวกับลูกสาวอาศัยอยู่มานานถึง 18 ปี
“ที่นี่แหละค่ะคือที่อยู่จริง ๆ ของคุณครูถังกับคนอื่น ๆ” ป้าหวังชี้ไปยังเพิงที่ลมลอดเข้ามาได้ทุกทิศ อีกทั้งยังมีมูลวัวกองอยู่ แล้วพูดขึ้น
กัวกุ้ยเฟินมองเพิงนั้น น้ำตาก็เอ่อขึ้นมาจนกลั้นไม่อยู่ เธอยกมือปิดปากแน่น ไม่ให้เสียงสะอื้นหลุดออกมา ทว่าน้ำตากลับไหลซึมผ่านซอกนิ้วอย่างไม่เชื่อฟัง
ป้าหวังเห็นท่าทางของเธอแล้วคล้ายจะเข้าใจอะไรบางอย่างในใจ ความกังวลจึงคลายลงไปบ้าง
“ข้างในเพิงเป็นที่อยู่ของวัวค่ะ คุณครูถังพาลูกมานอนกับกินข้าวตรงมุมนี้” ป้าหวังชี้ไปยังมุมเดียวที่พอจะกันลมได้บ้าง
กัวกุ้ยเฟินเดินเข้าไป แม้รองเท้าหนังที่สะอาดสะอ้านจะเปื้อนโคลนในคอกวัวและสิ่งสกปรกสารพัดในพริบตา
ป้าหวังยังคงพูดต่อ “หลายปีมานี้คุณครูถังลำบากมาก กินก็ไม่อิ่ม นอนก็ไม่หลับทุกวัน แถมยังต้องพาลูกทำงานหนักที่สุดอีก”
กัวกุ้ยเฟินสะอื้นอยู่ครู่หนึ่ง หลังจากสงบอารมณ์ลงได้บ้างแล้วจึงเอ่ยขึ้น “ฉันรู้ว่าหลายปีมานี้เขาคงลำบาก แต่ไม่คิดเลยว่าจะลำบากถึงขนาดนี้”
ป้าหวังถอนหายใจ “ความทุกข์จากการถูกส่งไปใช้แรงงานน่ะ คนอื่นพูดให้เข้าใจไม่ได้หรอกค่ะ ที่ฉันเล่าให้ฟัง หรือสิ่งที่คุณเห็นตอนนี้ ก็เป็นแค่ยอดภูเขาน้ำแข็งของชีวิตพวกเขาตลอด 18 ปีเท่านั้น”
พูดจบ เธอก็มองกัวกุ้ยเฟิน แววตาเจือคำวิงวอน “ฉันไม่รู้ว่าคุณกับคุณครูถังเป็นอะไรกัน แต่คุณคะ ฉันอยากบอกว่า คุณครูถังกลับมาที่นี่อีกไม่ได้แล้ว ไม่อย่างนั้นเขาคงทนไม่ไหวจริง ๆ”
