“สวัสดีค่ะเลขานุการเจียง ฉันแซ่ถัง มีจดหมายแนะนำตัวของสหายฟู่หยุนเฉิง ไม่ทราบว่าคุณสะดวกพบฉันเมื่อไรคะ?” ถังชีชีพูดอย่างตรงไปตรงมา น้ำเสียงมั่นใจว่าอีกฝ่ายจะต้องพบเธอแน่ เพียงแต่ต้องยืนยันเวลาให้ชัดเจนเท่านั้น
เลขานุการเจียงที่ปลายสายแทบไม่อยากเชื่อหูตัวเอง อีกฝ่ายบอกว่ามีจดหมายแนะนำตัวของฟู่หยุนเฉิงอย่างนั้นหรือ?
เรื่องนี้ก็น่าตกใจมากแล้ว ที่น่าตกใจยิ่งกว่าคืออีกฝ่ายยังเป็นสหายหญิงด้วย?
“โอ๊ย สหายหญิง สวัสดีจ้ะ! ขอถามหน่อยว่าเธอเกี่ยวข้องอะไรกับเหล่าฟู่ แล้วทำไมถึงมีจดหมายแนะนำตัวของเขาล่ะ?”
ถามไม่ตรงประเด็นสักนิด มีแต่เรื่องซุบซิบทั้งนั้น
ถังชีชีคิดว่าคำถามแบบนี้คงมีแต่ตอนถูกซักไซ้ที่ธนาคาร ไม่คิดว่าแค่โทรศัพท์ไปก็ยังถูกถามด้วย
“ถ้าเลขานุการเจียงสงสัย ก็ไปถามสหายฟู่หยุนเฉิงได้ค่ะ ตอนนี้เขาอยู่ที่โรงพยาบาลประชาชนอันดับหนึ่งเมืองหลวงมณฑล” เธอไม่มีอารมณ์ไปตอบความอยากรู้อยากเห็นของคนอื่น จึงโยนเรื่องนี้ให้ฟู่หยุนเฉิงจัดการตรง ๆ
พอเลขานุการเจียงที่ปลายสายได้ยินว่าฟู่หยุนเฉิงมาถึงเมืองหลวงมณฑล แถมยังอยู่โรงพยาบาล สีหน้าของเขาก็พลันเคร่งขรึมจริงจังขึ้นมา
“เขาเป็นอะไรไป? บาดเจ็บหรือ?”
ถังชีชีรับคำ “อยู่ชั้นบนสุดของตึกผู้ป่วยใน ห้อง 08 ค่ะ”
“เข้าใจแล้ว” เลขานุการเจียงพูด “รอฉันอยู่ตรงนั้น เดี๋ยวฉันไปหา”
พูดจบก็วางสาย ลุกขึ้นแล้วก้าวฉับ ๆ ออกจากสำนักงาน
ถังชีชีได้ยินเสียงสายถูกตัด เธอกะพริบตาปริบ ๆ พูดตามตรง เธอไม่คิดเลยว่าชื่อเสียงของฟู่หยุนเฉิงจะใช้ได้ผลขนาดนี้
