“ลูกสาวของฉันเป็นคนซื่อตรง ไม่ค่อยมีเล่ห์เหลี่ยม ไม่ว่าจะชอบหรือไม่ชอบก็แสดงออกชัดเจน ในฐานะพ่อ ฉันจะไม่ช่วยแก้ต่างให้เธอ และแน่นอนว่าจะไม่ตัดสินใจแทนเธอ”
คำพูดของถังเจิ้นหัวทำให้กัวเจิงชะงักไปเล็กน้อย แต่ไม่นานก็กลับเป็นปกติ เขาหั่นผักต่อพลางพูดว่า “คุณอาถังเป็นพ่อที่ดีครับ”
ถังเจิ้นหัวไม่ได้รับคำ เพราะเขาคิดว่าตัวเองไม่ใช่พ่อที่ดี ถึงได้พยายามทำหน้าที่พ่อที่ดีมาตลอด
แม้ทั้งคู่จะเพิ่งร่วมมือกันเป็นครั้งแรก แต่กลับเข้าขากันอย่างน่าประหลาด จัดเตรียมอาหารเต็มโต๊ะ มีทั้งเนื้อและผัก ทั้งอาหารเย็นและอาหารร้อน เรียกได้ว่าอุดมสมบูรณ์ไม่น้อย
ระหว่างนั้นกัวเจิงเล่าถึงนิสัยหลายอย่างของกัวกุ้ยเฟินให้ถังเจิ้นหัวฟัง
คำพูดหนึ่งที่ถังเจิ้นหัวจดจำได้ขึ้นใจที่สุดคือ ตอนที่เขาถามว่ากัวกุ้ยเฟินมีอะไรที่กินไม่ได้หรือเปล่า
กัวเจิงตอบว่า “แม่ผมไม่เคยเลือกกินครับ แต่ถ้าเกิดมีอะไรที่กินไม่ได้ขึ้นมา ก็คงเป็นปัญหาที่คนทำอาหารแล้วล่ะครับ”
คำพูดนี้สะกิดใจถังเจิ้นหัวอย่างมาก เขาเห็นด้วยและคิดว่าหลักการนี้ใช้กับลูกสาวของเขาได้เหมือนกัน
ยามค่ำคืนมาเยือน ในที่สุดกัวกุ้ยเฟินก็กลับมา
เธอหิ้วของมามากมาย ซื้อมาเต็มไม้เต็มมือ
กัวเจิงกับถังเจิ้นหัวรีบเข้าไปรับของจากมือเธอ
ถังชีชีนั่งนิ่งอยู่บนโซฟา กำลังงอนตุบป่อง
อาคารพักอาศัยแบบห้องแถวอะไรนี่ ผ่านมาตั้งครึ่งค่อนวันแล้วยังไม่มีนกกระจอกสักตัว
