“ทำไมคุณไม่กินล่ะ” จางฮ่าวเงยหน้าถามเธอ
“เห็นคุณกินอย่างเอร็ดอร่อย ฉันก็มีความสุขแล้ว” หลิ่วถิงถิงพูดพลางคีบขึ้นมากินเองบ้างทีละน้อย ท่าทางสุภาพเรียบร้อย
ทั้งสองนั่งตรงข้ามกันเงียบ ๆ จนกินมื้อเช้าหมด
ไม่มีคำพูดใดเกินจำเป็น มีเพียงเสียงตะเกียบกระทบขอบชามกังวานใส กับสายตาที่ประสานกันเป็นครั้งคราว ก่อนจะเบือนหลบไป
แสงแดดนอกหน้าต่างสว่างจ้าขึ้นเรื่อย ๆ เสียงอึกทึกของเมืองค่อย ๆ ดังชัดขึ้น
เสียงทดสอบกระจายเสียงจากห้างสรรพสินค้าดังแว่วมาจากที่ไกล ๆ — “เรียนลูกค้าทุกท่าน ยินดีต้อนรับ...”
ใกล้เก้าโมงแล้ว สัตว์ร้ายยักษ์ที่หลับใหลอยู่ในเมืองแห่งนี้กำลังจะตื่นขึ้น
จางฮ่าววางตะเกียบ เช็ดปาก แล้วถามขึ้นอย่างไม่ใส่ใจนักว่า “เมื่อกี้คุณบอกว่าจะไปดูตัวเหรอ”
มือของหลิ่วถิงถิงชะงักไปครู่หนึ่ง เธอเงยหน้ามองเขา น้ำเสียงสบาย ๆ ราวกับกำลังคุยเรื่องดินฟ้าอากาศ “ใช่น่ะสิ คุณไม่แต่งงานกับฉัน ถ้าฉันยังไม่ยอมแต่งงานอีก ไม่กลายเป็นสาวแก่หรอกเหรอ”
ขณะพูด เธอยิ้มราวกับกำลังล้อเล่น
แต่จางฮ่าวดูออกว่าในดวงตาคู่นั้นไม่มีรอยยิ้มเลย
“ห้ามไปนะ!” เขาพูดออกมาแทบจะทันที น้ำเสียงหนักแน่นกว่าที่ตัวเองคาดไว้มาก
หลิ่วถิงถิงแอบหัวเราะในใจ เมื่อกี้ยังทำเป็นใจเย็นอยู่เลยไม่ใช่เหรอ?
ตอนรู้ว่าฉันจะไป ยังพูดว่า “ให้สิ่งที่ฉันต้องการไม่ได้” ทำเป็นใจกว้างเสียเต็มประดา
พอได้ยินว่าฉันจะไปดูตัวกลับร้อนใจขึ้นมาเชียว
แต่สีหน้าเธอยังคงเรียบเฉย เพียงเลิกคิ้วเล็กน้อย ก่อนถอนหายใจแสร้งทำเป็นจนใจ “เรื่องนั้นคุณห้ามฉันไม่ได้หรอก น้องสาวฉันแต่งงานมีลูกสองคนแล้ว ส่วนฉันที่เป็นพี่สาวยังไม่แต่งงานสักที แบบนี้จะเหมาะสมได้ยังไง เมื่อวานแม่ยังโทรมาบ่นว่า ลูกสาวของป้าหวังบ้านข้าง ๆ อายุน้อยกว่าฉันสามปี ตอนนี้ลูกโตจนวิ่งซื้อซีอิ๊วได้แล้ว”
พูดจบเธอก็ก้มหน้าคลึงตะเกียบเล่น น้ำเสียงเจือความน้อยใจและตัดพ้ออยู่หลายส่วน
จางฮ่าวเงียบไปสองสามวินาที ก่อนเอื้อมมือมากุมมือเธอ นิ้วหัวแม่มือไล้หลังมือเธอเบา ๆ “ผมไม่อยากแบ่งคุณให้คนอื่น!”
พอได้ยินเช่นนั้น หลิ่วถิงถิงก็สะบัดมือออกทันที แววตาเย็นชาลงในพริบตา “คุณหมายความว่ายังไง จะเอาทั้งสองอย่างเลยหรือไง...”
เสียงของเธอดังขึ้นเล็กน้อย ก่อนจะรีบลดเสียงลง ราวกับกลัวคนข้างนอกประตูได้ยิน “ไม่งั้นคุณก็หย่าให้เรียบร้อย แล้วแต่งงานกับฉัน! ไม่อย่างนั้น—เราก็จบกันแค่นี้! ฉันจะไปเซี่ยงไฮ้ แล้วจะไม่กลับมาอีกตลอดชีวิต!”
เธอฟาดตะเกียบลงบนโต๊ะ ลุกขึ้นยืน คว้ากระเป๋าแล้วทำท่าจะเดินออกไป
จางฮ่าวรีบลุกตาม คว้าข้อมือเธอไว้ “การหย่าไม่ใช่เรื่องง่าย คุณต้องให้เวลาผม...”
“ให้เวลาคุณเหรอ?” หลิ่วถิงถิงหันกลับมา ขอบตาเริ่มแดงเรื่อ “ต้องให้เวลาคุณนานแค่ไหน? หนึ่งปี? สองปี? หรือรอให้ฉันแก่จนหมดสวยก่อน แล้วคุณค่อยพูดกับฉันว่า ‘ขอโทษนะ ฉันยังตัดใจจากครอบครัวนั้นไม่ได้’?
“จางฮ่าว ฉันไม่ใช่นกขมิ้นที่คุณเลี้ยงไว้ในกรง ฉันไม่มีวัยสาวมากพอให้เสียไปกับเรื่องนี้!”
เธอออกแรงพยายามสะบัดมือเขาให้หลุด แต่จางฮ่าวกลับยิ่งกำแน่นกว่าเดิม
วินาทีถัดมา เขาก็ดึงเธอเข้ามากอดโดยไม่เปิดโอกาสให้ปฏิเสธ แขนทั้งสองข้างรัดเอวเธอไว้แน่น โอบร่างเธอไว้แนบอก
“ปล่อยฉัน!” หลิ่วถิงถิงดิ้นรน ใช้มือดันแผงอกเขา น้ำเสียงสั่นพร่าเพราะพยายามกลั้นอารมณ์ “ปล่อยฉันนะ!”
จางฮ่าวไม่พูดอะไร เพียงกอดเธอแน่นขึ้น
หลิ่วถิงถิงดิ้นอยู่สองสามครั้งแต่ก็ไม่หลุด จึงทุบอกเขาด้วยความโมโหไปหนึ่งที
หมัดนั้นไม่ได้ออกแรงมากนัก กลับดูคล้ายกำลังงอนง้อเสียมากกว่า
เธอทุบอีกครั้ง พอถึงครั้งที่สาม มือก็หยุดค้าง ร่างทั้งร่างแข็งทื่ออยู่ในอ้อมกอดของเขา ไหล่สั่นไหวเล็กน้อย
