ถ้าเป็นตัวเธอในชาติก่อนที่อ่อนไหวเกินไป ตอนนี้คงอับอายจนแทบแทรกแผ่นดินหนี
แต่ตอนนี้ แค่คิดว่าหลังวันสิ้นโลกจะยังมีคนเหล่านี้เหลือรอดอยู่สักกี่คน เธอก็ตัดสินใจให้อภัยพวกเขาแล้ว
ถึงเวลาที่คนพวกนี้ไม่มีอาหาร ไม่มีน้ำ ไม่มีเสื้อผ้าให้ความอบอุ่น ใครจะยังมีอารมณ์มานั่งพูดถึงความถูกผิดของม่อเฉิงเฉิงอีก?
เธอเดินฝ่าฝูงชนไปด้วยสีหน้าเรียบเฉย แผ่นหลังเหยียดตรง สายตามองไปข้างหน้าอย่างสงบนิ่ง ไร้คลื่นอารมณ์แม้แต่น้อย
คนพวกนั้นไม่ได้เห็นปฏิกิริยาอย่างที่คาดหวัง จึงเบะปากอย่างเบื่อหน่าย มนุษย์เราก็ประหลาดเช่นนี้แหละ ชอบหาคนสักคนที่ด้อยกว่าตัวเองทุกด้าน เหยียบย่ำอีกฝ่ายให้จมดิน แล้วค่อยรู้สึกว่าตัวเองไม่ได้เลวร้ายขนาดนั้น
โดดเดี่ยวเหรอ? เข้าทางเธอพอดี
เธอไม่ต้องการการยอมรับจากคนที่กำลังจะตายพวกนี้อีกแล้ว
ยิ่งพวกเขาเย็นชา ร้ายกาจ และปากคอเราะร้าย หัวใจของเธอก็ยิ่งห่อหุ้มแน่นหนาขึ้น
บนโลกนี้ไม่มีใครที่เธอใส่ใจอยู่แล้ว แม้แต่สถานสงเคราะห์เด็กกำพร้าที่เธอเคยอาศัย ก็ถูกทางการสั่งปิดเมื่อสามปีก่อน เพราะยักยอกเงินบริจาค
ทุกปีมีคนทำความดีและบริจาคเงินมากมาย ไม่ว่าจะจริงใจหรือแค่สร้างภาพ เงินที่พวกเขาควักออกมาก็เป็นเงินจริง ๆ แล้วทำไมสถานสงเคราะห์เด็กกำพร้าถึงยังลำบากอยู่?
สถานสงเคราะห์เด็กกำพร้าทุกแห่งต่างพูดว่าขัดสน ยากจน ทั้งที่เวลาคนทำความดี สิ่งแรกที่นึกถึงก็คือสถานสงเคราะห์เด็กกำพร้าไม่ใช่หรือ?
ม่อเฉิงเฉิงไม่อยากหาเรื่อง แต่ก็มักมีคนไม่รู้จักที่ต่ำที่สูง คิดว่าเธอเป็นลูกพลับนิ่มให้บีบอยู่เรื่อย
