“พวกเจ้าออกไปเฝ้าข้างนอกก่อน ข้าอยากอยู่คนเดียวสักพัก” หลิ่วเฉินเฉินนั่งไม่ติด เริ่มไล่คนออกไป
ชุนหยาก้าวเข้ามาใกล้เล็กน้อย แล้วถามเสียงเบา “คุณหนู อยากกินขนมรองท้องสักหน่อยไหมเจ้าคะ”
เซี่ยจือที่อยู่ข้าง ๆ รีบดึงแขนเสื้อชุนหยา “ทำไมยังเรียกคุณหนูอยู่อีก ต่อไปต้องเรียกพระชายาซื่อจื่อแล้วสิ”
ชุนหยารีบหัวเราะกลบเกลื่อนแล้วเปลี่ยนคำเรียก “ใช่ ๆ ดูข้าสิ ยังเรียกคุณหนูอีก ต่อไปต้องเรียกพระชายาซื่อจื่อแล้ว”
เมื่อได้ยินท่าทีหยอกล้อของสาวใช้ทั้งสอง หลิ่วเฉินเฉินก็รู้ว่าคนเหล่านี้คงสนิทสนมกับหลิ่วฉงฉงมาก
นิ้วมือไล้กลีบดอกโบตั๋นตรงปลายแขนเสื้อชุดแต่งงานเบา ๆ อีกไม่กี่วันค่อยส่งพวกนางคืนให้พี่สาวแท้ ๆ น่าจะดีกว่า
แย่งงานแต่งมาแล้ว คนเหล่านี้นางจะไม่แย่งมาด้วย
ถือเสียว่าโฉนดขายตัวของพวกนางเป็นของขวัญแต่งงานจากน้องสาวให้พี่สาว พี่สาวคงต้องชอบแน่
“ไม่ต้อง ออกไปเถอะ!” นางไม่อยากแสดงฉากนายบ่าวรักใคร่กับสาวใช้ทั้งสอง ตอนนี้อยากอยู่คนเดียวเท่านั้น
“หากซื่อจื่อมาถึง ให้มาแจ้งข้า”
“เจ้าค่ะ” ชุนหยากับเซี่ยจือรู้สึกว่าวันนี้คุณหนูแปลกไป แต่คิดเพียงว่านางคงประหม่า ทั้งคู่สบตากันครู่หนึ่ง ก่อนคำนับแล้วออกไป
เมื่อได้ยินเสียงประตูห้องปิดลงเบา ๆ หลิ่วเฉินเฉินก็ถอดผ้าคลุมหน้าแดงออกทันที แล้วโยนลงบนเตียง
นางลุกขึ้นเดินไปหน้ากระจกทองแดง มองตัวเองในชุดแต่งงานที่ผมเผ้ายุ่งเหยิง แล้วอดหัวเราะออกมาไม่ได้
