ใต้ระเบียงนอกประตูมีผู้คนมารวมตัวกันไม่น้อย ล้วนเป็นญาติผู้หญิงที่มาส่งตัวเจ้าสาว นางได้ยินเสียงของหลี่ซื่อ มารดาเลี้ยงผู้เป็นภรรยาเอกดังขึ้นว่า “ฉงฉง พอไปถึงจวนอ๋องแล้วก็ทำตัวดี ๆ นะ”
“อืม!” หลิ่วเฉินเฉินขานรับอย่างว่าง่าย
จากนั้นก็ถึงพิธีอำลาบิดามารดา สุดท้ายหลิ่วเฉินเฉินถูกประคองมาถึงหน้าโถง ตามธรรมเนียมพี่ชายจะต้องแบกนางขึ้นเกี้ยว
นี่คือธรรมเนียมแต่งบุตรสาวของตระกูลสูงศักดิ์ในเมืองหลวง เจ้าสาวห้ามให้เท้าแตะพื้น ต้องให้คนแบกจากบ้านเดิมไปจนถึงเกี้ยว
ชายหนุ่มในชุดแพรสีน้ำเงินเข้มก้าวออกมา ก่อนจะย่อตัวลงตรงหน้านาง
เขาคือบุตรชายคนโตจากภรรยาเอกแห่งจวนหลิ่ว พี่ชายแท้ ๆ ของหลิ่วฉงฉง นามว่าหลิ่วเหยียนเฟิง
หลิ่วเฉินเฉินพาดตัวลงบนแผ่นหลังของเขา สัมผัสได้ว่าร่างกายของเขาเกร็งขึ้น
ก็ไม่แปลก พี่น้องแม้จะสนิทกัน แต่ถึงอย่างไรก็เป็นชายหญิงต่างเพศ ยามนี้ยังถือกันว่าเด็กอายุสามขวบขึ้นไปไม่ควรร่วมโต๊ะเดียวกัน หลิ่วเหยียนเฟิงคงไม่เคยแบกน้องสาวมาก่อน
“ฉงฉง จับให้แน่น” หลิ่วเหยียนเฟิงพูดเสียงเบา น้ำเสียงฟังดูเก้อเขินอยู่บ้าง
“อืม” หลิ่วเฉินเฉินตอบ พลางวางมือทั้งสองข้างลงบนไหล่เขาเบา ๆ
จากโถงใหญ่ถึงประตูจวน ระยะทางไม่ถึงร้อยก้าว แต่หลิ่วเหยียนเฟิงกลับเดินช้าและมั่นคงมาก
ระหว่างทางหลิ่วเฉินเฉินไม่เอ่ยปากสักคำ พูดน้อยก็พลาดน้อย จะเสี่ยงพูดส่งเดชไม่ได้
หน้าประตูจวน เสียงฆ้องกลองดังกึกก้องจนหูแทบดับ
ข้างเกี้ยว ชายหนุ่มในชุดมงคลสีแดงสดขี่ม้าตัวสูงสง่า รูปร่างผึ่งผาย เปี่ยมราศีโดดเด่น
