เมื่อเดินไปจนสุดด้านใน ม่อเฉิงเฉิงก็ได้ยินเสียงผู้หญิงร้องไห้กับเสียงผู้ชายดุด่าแว่ว ๆ
เธอตั้งใจฟัง แต่ฟังไม่ออกว่ามีกี่คน จึงไม่รออีกต่อไป ยกขวานฟันใส่ลูกบิดประตูจนหลุด แล้วถีบประตูเต็มแรง
“ปัง!” เสียงดังสนั่น ประตูเหล็กเปิดผาง!
พอประตูเปิด ม่อเฉิงเฉิงก็พุ่งเข้าไปในมิติส่วนตัวทันที คนข้างในเห็นเธอแล้วตกใจกลัว แต่พอเห็นว่าไม่มีใครอยู่ด้านนอก จ้าวเหล่าอู่ก็รีบหยิบปืนไรเฟิลจากข้างตัว แล้วค่อย ๆ ยื่นหน้าออกมาดู
เมื่อเห็นว่าหน้าประตูก็ไม่มีใคร เขาจึงหันกลับไปมอง ก่อนค่อย ๆ เดินขึ้นบันไดอย่างระมัดระวัง ส่วนคนอื่น ๆ ในห้องก็จ้องไปทางประตูอย่างกระวนกระวาย
ม่อเฉิงเฉิงเฝ้าสังเกตอยู่ครู่หนึ่ง เมื่อเห็นว่าในห้องไม่มีปืนอื่นอีกก็ไม่ลังเล พุ่งออกจากมิติส่วนตัวแล้วลั่นกระสุนใส่จ้าวเหล่าอู่สองนัด จากนั้นหันกลับไปยิงซ้ำอีกหลายนัด “ปัง! ปัง! ปัง!”
ทุกนัดเข้าเป้า จัดการพวกนั้นจนหมด เธอเก็บปืนไรเฟิลที่ตกอยู่บนขั้นบันไดก่อน แล้วจึงเดินเข้าไปในห้องใต้ดิน
ต้องยอมรับว่าเสบียงในห้องใต้ดินนี้เรียกได้ว่าเป็นเรื่องเหนือความคาดหมาย มีข้าวสารกับแป้งสาลีอยู่สี่ห้าสิบถุง รวมถึงอาหารกระป๋องและแฮมสารพัด ราวกับคลังสินค้าขนาดใหญ่ของซูเปอร์มาร์เก็ต
ที่น่าประหลาดใจที่สุดคือกองยาที่วางเรียงกันเป็นตั้ง ๆ น่าจะเป็นฝีมือใครสักคนที่กวาดร้านขายยาทั้งหมดในละแวกนี้ตั้งแต่ช่วงแรกของวันสิ้นโลก ช่างลงมือได้ใหญ่โตจริง ๆ
ถ้าอยากร่ำรวย การทำแบบนี้เร็วที่สุดแล้ว
ม่อเฉิงเฉิงไม่เกรงใจ เก็บทุกอย่างเข้ามิติส่วนตัว พลางคิดว่าจ้าวเหล่าอู่โง่หรืออย่างไร มีเสบียงมากมายขนาดนี้แล้วยังส่งลูกชายไปปล้นเธออีก?
