ฝีเท้าของเธอชะงักไปเล็กน้อย แทบสังเกตไม่เห็น
ที่แท้ก็เป็นอวี้ฮ่าวหรานกับแม่ของเขา
ม่อเฉิงเฉิงแทบลืมคนสองคนนี้ไปแล้ว
ความรู้สึกวัยเยาว์อันไร้เดียงสาในชาติก่อน ถูกวันสิ้นโลกตลอด 15 ปีที่ผ่านมาบดขยี้จนไม่เหลืออะไรแล้ว ครั้งก่อนที่เจอกันในโรงเรียนก็รีบร้อนจากกัน ไม่คิดเลยว่าวันนี้จะได้พบกันอีก
อวี้ฮ่าวหรานเปลี่ยนไปมาก เขาไม่ใช่ประธานสภานักเรียนผู้สะอาดสะอ้านสดใสในวันนั้นอีกแล้ว บนใบหน้ามักมีรอยยิ้มอ่อนโยน
ตอนนี้เขาผอมลงมาก ผิวก็เหลืองซีด เสื้อผ้าที่สวมไม่ใช่เชิ้ตขาวกับกางเกงสแล็กสีดำอีกต่อไป
แววตาเต็มไปด้วยความเหนื่อยล้าและความด้านชาจากการถูกชีวิตขัดเกลา
ข้างกายเขาคือแม่ผู้หยิ่งทะนงคนนั้น ทว่ายามนี้เมื่อมองดู นางไม่เหลือท่าทีสูงส่งเหมือนตอนพบกันครั้งแรกอีกแล้ว ไม่ได้พูดว่าฐานะของทั้งคู่ต่างกันเกินไป หรือว่าเธอไม่เหมาะกับลูกชายของนางด้วยน้ำเสียงวางอำนาจเช่นนั้นอีก
พูดตามตรง ม่อเฉิงเฉิงไม่ได้คิดว่าการที่แม่คนหนึ่งทำแบบนั้นเป็นเรื่องผิด หากเป็นเธอ ในเมื่อลูกชายเรียนเก่งและครอบครัวก็ดี แต่กลับคบกับแฟนสาวที่อาจส่งผลกระทบต่อเขา เธอก็คงคัดค้านเหมือนกัน
เธอแค่ไม่พอใจที่ตัวเองกลายเป็นนางเอกอีกคนในเรื่องนี้เท่านั้น
เธอเข้าใจการกระทำของอีกฝ่าย แต่ยอมรับไม่ได้ที่คนถูกปฏิบัติเช่นนั้นเป็นตัวเอง ช่างขัดแย้งเสียจริง
เมื่อมองภาพรวม สถานการณ์ของทั้งคู่ในสภาพแวดล้อมเช่นนี้ยังนับว่าดีอยู่ แต่เทียบกับม่อเฉิงเฉิงแล้วแตกต่างกันมาก
แม้เธอจะสวมหน้ากากปิดบังใบหน้าไปกว่าครึ่ง แต่หน้าผากที่โผล่พ้นออกมาก็เกลี้ยงเกลา ดวงตากระจ่างคมกริบ เสื้อวอร์มสีดำที่สวมสะอาดและพอดีตัว ทั่วร่างเปี่ยมด้วยความสดใสสะอาดสะอ้านที่ขัดกับสภาพแวดล้อมอันเสื่อมโทรมนี้อย่างสิ้นเชิง
