วันเวลาผ่านไปวันแล้ววันเล่า คลื่นความร้อนยังคงยืดเยื้อ ความตายและความโกลาหลแพร่กระจายราวกับโรคระบาด
ไกลออกไปจากป่าหลังเขา มีการเคลียร์พื้นที่กว้างใหญ่ให้เป็นเขตกั้น ทุกวันจะมีควันดำลอยขึ้นจากบริเวณนั้น
ที่นั่นเป็นสถานที่เผาศพ คนที่เสียชีวิตในแต่ละวันจะถูกแต่ละครอบครัวหามมารวมกันเพื่อเผาที่นี่
ไม่มีหลุมศพอีกต่อไป เพราะเมื่อกองรวมกันก็แยกไม่ออกว่าใครเป็นใคร ผู้คนที่ด้านชาไปแล้วก็ไม่สนใจเรื่องนี้อีก
แค่ดูแลคนเป็นยังไม่ทั่วถึง ใครจะไปสนใจว่าคนตายมีที่ให้อยู่หรือเปล่า?
การเผาศพมีไว้ป้องกันไม่ให้ร่างเน่าเปื่อยจนเกิดโรคระบาด ทุกคนให้ความร่วมมืออย่างเต็มที่ แม้บางคนจะทำใจไม่ได้ แต่ก็เข้าใจดีว่านี่เป็นเรื่องสำคัญ
โชคดีที่จัดการศพได้ทันท่วงที จึงไม่เกิดโรคติดต่อร้ายแรง นับเป็นโชคดีท่ามกลางเคราะห์ร้าย
ตอนนี้อุณหภูมิภายนอกเฉลี่ยสูงถึง 60 องศาแล้ว กลางวันไม่มีใครออกมา ส่วนผู้คนในเขตบ้านสังกะสีก็ย้ายจากเพิงลงไปอยู่ใต้ดินตั้งนานแล้ว
หลุมใต้ดินแต่ละหลุมดูเหมือนรังหนู อย่างไรก็สบายกว่าบนดินมาก
คืนนั้น เธอนอนอยู่บนเตียงใหญ่แสนนุ่มในมิติส่วนตัว ฟังเสียงร้องไห้และเสียงโวยวายแว่ว ๆ จากข้างนอก ไม่รู้ว่าบ้านไหนกำลังแย่งชิงเสบียงกัน ก่อนจะค่อย ๆ หลับตาลง
ความทุกข์ของคนอื่นไม่เกี่ยวกับเธอ ขอแค่ตัวเองมีชีวิตอย่างสุขสบายและเป็นอิสระก็พอแล้ว
เวลาเคลื่อนผ่านไปอย่างเชื่องช้าท่ามกลางความร้อนระอุสุดขีดเช่นนี้ อีกสองเดือนอันแสนทรมานก็ผ่านพ้นไป
ทุกวันของทุกครอบครัวล้วนเป็นการทรมานที่แทบไม่ต่างจากนรก
อากาศบิดเบี้ยว แม้แต่การหายใจก็ยังเจ็บปวด
ทั่วทั้งเขตบ้านพักเงียบงันไร้ชีวิตชีวา กลางวันไม่มีใครออกลาดตระเวน ส่วนการลาดตระเวนตอนกลางคืนก็แทบไม่ต่างจากคนใกล้ตาย
