ภาพเหตุการณ์นี้สะเทือนทั่วทั้งลานประลอง
ทุกคนพากันกลั้นหายใจ จ้องตาค้าง จนหัวใจสั่นสะท้านไปหมด
นั่นมันช่าง...เป็นภาพที่น่าตื่นตะลึงเพียงใด!
แม้เจ้าสำนักจะไม่ได้ใช้พลังทั้งหมดในครั้งนั้น แต่นั่นมันระดับจอมปราชญ์ เพียงแค่ปราณที่แผ่กระจายออกมาแม้แต่น้อย ก็ไม่ใช่ขอบเขตอริยะทั่วไปจะต้านทานได้
ผู้ใดกล้าแตะต้อง เกรงว่าคงถูกปราณนี้กดขยี้ดับสิ้นไปทันที
ทว่าเขาหลินฉางเกอกลับใช้มือเดียวยันฝ่ามือที่เจ้าสำนักเนรมิตขึ้นมาไว้ได้อย่างทรงพลัง!
ในยามนี้ เบื้องหลังหลินฉางเกอ ระฆังสวรรค์บรรพกาลลอยขึ้นอย่างช้าๆ
ทุกคนกระจ่างในบัดดล ที่แท้ก็ด้วยพลังของสิ่งนี้ที่เสริมหนุน หลินฉางเกอจึงยับยั้งฝ่ามือของเหลียนเฉิงตงได้!
เหลียนเฉิงตงเองก็ผ่านความตื่นตะลึงไปได้เพียงชั่วครู่ แววตาลุกวาบด้วยโทสะ "เจ้าบุตรอริยะหมายความเช่นไร"
เขาพยายามข่มกลั้นความโกรธเกรี้ยวของตนเองอย่างสุดกำลัง
หลินฉางเกอมีสีหน้าเย็นชา สายตาแข็งกร้าว ทำท่าเหยียดหยามสรรพสิ่ง กวาดมองเหล่าบรรพชนภายในลานไปทีละคน
เหล่าผู้เฒ่าบรรพชนที่มีสือเจิงเป็นหัวแถว ถึงขั้นไม่กล้าสบตาเขาในยามนี้ ล้วนพากันก้มหน้าด้วยความรู้สึกผิด
เหลียนเฉิงตงกัดฟันดังกรอด "อ้อ ลืมแสดงความยินดีกับเจ้าแล้วสินะที่เลื่อนเป็นขั้นอริยะสี่ขั้ว"
"ขั้นอริยะสี่ขั้วรึ"
หลายคนที่ได้ยินถึงกับหน้ามืดวิงเวียน
ในตอนทดสอบเข้านิกาย บุตรอริยะก็เป็นแค่ขั้นทะเลเวียนอริยะมิใช่หรือ
แต่แล้วเขากลับทะลวงจากขั้นทะเลเวียน เข้าสู่อริยะวังเต๋า และตอนนี้เข้าสู่ขั้นสี่ขั้วอีก...รู้หรือไม่ ฟู่หยิงเจ๋อบำเพ็ญเพียรลำบากตรากตรำมาหลายปี แถมยังยกฐานะจากหัตถ์อริยะเป็นหัตถ์มหาเทพ ก็เพิ่งเป็นแค่ขั้นอริยะสี่ขั้วเท่านั้น!
หลินฉางเกอรู้สึกว่าข้อจำกัดสูงสุดทั้งสี่ของตนถูกทำลายลง จึงบิดคอคลายเมื่อยแล้วเอ่ยว่า "เจ้าสำนัก...ท่าทางจะดูผิดไป"
ตูม!
พริบตาถัดมา กลิ่นอายของหลินฉางเกอก็ปะทุขึ้นอีกครา
จากเส้นลมปราณที่มือและเท้าทั้งสองของเขา พวยพุ่งแสงสว่างสี่สายขึ้นไปรวมกันกลางนภา ค่อยๆกลายร่างเป็นภาพมายาของมังกรแท้จริง
ทำลายขีดจำกัด สี่ขั้วเปลี่ยนเป็นมังกร!
ผู้คนทั้งงานอกสั่นขวัญแขวน!
"นี่..นี่คือขั้นกลายมังกรแล้วนะ!"
