“ก็ไม่แปลกนัก เพื่อศึกชิงชัยครั้งใหญ่ที่เกิดทุกแสนปี แต่ละเผ่าพันธุ์ในแคว้นเซียนหมื่นภพต่างเตรียมการล่วงหน้าไว้หมด เผ่ามังกรมีจำนวนไม่มาก แต่ก็มียอดฝีมือเด่น ๆ อยู่หลายตน”
บรรพชนลำดับที่หนึ่งลูบเครา “ทวีปจิ่วโจวอ่อนแอ เป็นดินแดนชายขอบที่สุดในสามพันทวีป การตรวจตราจากเบื้องบนจึงหละหลวมมาก พวกเราคิดได้ เผ่าอื่นก็คิดได้เช่นกัน”
บรรพชนคนอื่น ๆ พยักหน้าตาม
“แต่ว่า เจ้าเด็กเผ่ามังกรตัวเล็กนี่ ยังไม่ถึงขั้นทำให้พวกเราหวั่นเกรง”
บรรพชนลำดับสองยิ้มเหี้ยม กำลังจะลงมือสังหารหลงหู
ทันใดนั้น ข้างกายก็มีเสียงครางฮึมฮัมของหลินฉางเกอดังขึ้น
ฉัวะ!
บรรพชนลำดับสองชักมือกลับทันที พุ่งเข้าไปตรงหน้าเขา ถามอย่างร้อนใจ “นายน้อย เป็นอะไรหรือไม่”
บรรพชนตระกูลหลินอีกแปดคนกรูเข้ามาล้อมรอบ สีหน้าเต็มไปด้วยความเป็นห่วง
หลินฉางเกอบิดหน้าบูดเบี้ยว กัดฟันพูด “บนตัว... โซ่ตรวน... เจ็บ!”
“ใกล้ถึงเวลาแล้ว”
บรรพชนลำดับที่หนึ่งขมวดคิ้ว “นายน้อย ร่างอมตะนิรันดร์กาลกำลังจะตื่น แล้วต่อไปท่านจะเข้าสู่กระบวนการทลายโซ่ตรวน โซ่ตรวนเก้านี้ผนึกเส้นชีพจรเทพทั้งเก้าของท่านไว้ ทุกครั้งที่ทลายได้หนึ่งเส้น จะเพิ่มพลังความสามารถส่วนหนึ่ง...”
“นายน้อยเพิ่งตื่น ตามหลักแล้ว ควรจะทลายเส้นแรกได้”
บรรพชนลำดับเก้าพูดเสียงนุ่มนวล “เมื่อเส้นชีพจรเทพเส้นแรกถูกทลาย ขอบเขตของนายน้อยจะก้าวกระโดดอย่างแน่นอน!”
บรรพชนลำดับสองถาม “น้องหก ขอบเขตของโลกมนุษย์นับอย่างไรนะ”
บรรพชนลำดับหกทำหน้าจนแต้ม “ขอบเขตฝึกลมปราณ ขอบเขตเสินทง ขอบเขตอวี้ฮว่า... หลังจากนั้นก็เป็นขอบเขตอริยะ”
“ยุ่งยากจริง”
บรรพชนลำดับสองบ่น “แต่นายน้อยบุกขึ้นขอบเขตเสินทงในคราวเดียวไม่มีปัญหาหรอก”
หลินฉางเกอก้มมอง โซ่ตรวนที่มือขวามีแสงสีทองเข้มขึ้นชัดเจน แถมยังนำความเจ็บระบมถึงไขกระดูกมาด้วย
ในดวงตาของเขาฉายแววมุ่งมั่นเด็ดเดี่ยว
ตั้งแต่แต่งงานจนถูกใส่ร้าย ตั้งแต่ตีกลองร้องทุกข์จนฝ่าค่ายกล... ชีวิตมักให้ความหวังกับตน แต่ในเวลาเดียวกันก็มีมือใหญ่ทำลายความหวังนั้นแหลกเป็นผุยผง!
เพียงครึ่งวันสั้นๆ หลินฉางเกอผ่านประสบการณ์พลิกจากตายเป็นเกิดมามากมาย
ดังนั้น เขาจึงทะนุถนอมโอกาสนี้เป็นอย่างยิ่ง!
