ผ่านไปอีกสองวัน
“โปรแกรมเคารพผู้อาวุโส” เดินมาถึงวันที่หก
บ้านหลังในคึกคักเต็มที่แล้ว
ยายหูหนวกไม่ได้หลับตาลงเลยตลอดหกวันเต็ม
เบ้าตาลึกโหลเพราะอดนอน
ลูกตาสองข้างแดงก่ำน่ากลัว
แกพิงอยู่ที่หัวเตียงก่ออิฐ สวมเสื้อโค้ทฝ้ายขาด ๆ ปากก็พึมพำ เดี๋ยวเรียก “ตาลืมเฟิง” เดี๋ยวก็ว่า “อย่าล็อกประตู”
อี้จงไห่ถือชามกระเบื้องหยาบปากบิ่นเดินเข้ามาในห้อง หน้าดำเป็นก้นหม้อ
ช่วงนี้เขาเองก็นอนไม่เต็มอิ่มเหมือนกัน
ยายแก่ตอนกลางวันก็โวยวาย ตอนกลางคืนก็ตะโกน
ขืนเป็นแบบนี้ต่อไป อย่าว่าแต่ยายจะล้มก่อนเลย ผู้ดูแลคนโตอย่างเขาก็แทบจะโดนทรมานจนพังไปด้วยแล้ว
“ยาย”
อี้จงไห่ลดเสียงลง ราวกับกำลังกล่อมเด็ก
“นี่เป็นตำรับยาพื้นบ้านที่ผมฝากคนหามา น้ำผสมขี้เถ้าธูป”
“กินแล้วก็หลับได้”
ป้าคนโตยืนอยู่ข้าง ๆ ถือน้ำอุ่นไว้ สีหน้าเต็มไปด้วยความกังวล
หล่อนมองชามของสีดำสนิทนั่นแล้วอดขมวดคิ้วไม่ได้
“จงไห่ ของแบบนี้กินได้จริงเหรอ?”
“เธออย่ามายุ่ง”
อี้จงไห่หงุดหงิดมาก
“ยาที่โรงพยาบาลจ่ายมา ก็ไม่เห็นได้ผลไม่ใช่หรือไง?”
ป้าคนโตขยับริมฝีปาก แต่สุดท้ายก็ไม่พูดอะไร
ยายแก่อ้าปากอย่างเลื่อนลอย
อี้จงไห่รีบกรอกน้ำขี้เถ้าธูปชามนั้นลงคอแก
น้ำเพิ่งกลืนลงไป ยายแก่ก็เบิกตาโพลงขึ้นมาทันที
“ปัง!”
แกยกมือตบลงบนขอบเตียงเต็มแรง
มืออี้จงไห่สั่น ชามเกือบหลุดตกพื้น
“ใครอยู่ตรงนั้น!”
“ไสหัวออกไป!”
ยายชี้ไปที่มุมกำแพงว่างเปล่า เสียงแหลมจนขูดผนังได้
