ลู่เฟิงเหนียนยิ้มบาง ๆ “ไปหาคนมาก่อน พอได้คนที่เหมาะสมแล้ว ข้าค่อยคุยเรื่องธุรกิจกับพวกเจ้า
พาคนเหล่านั้นมาให้ข้า ข้าจะพบพวกเขาทีละคน พวกเขาต้องผ่านการพิจารณาทดสอบจากข้าเสียก่อน
ธุรกิจทั้งสามอย่างนี้ของข้าทำเงินได้มหาศาล ต้องมอบให้คนที่ไว้ใจได้เท่านั้น ข้าถึงจะวางใจ”
หลี่เหวินหย่วนมีสีหน้าลำบากใจ “ผู้บังคับกอง ท่านก็ทราบฐานะเดิมของพวกเรา คนที่พวกเราหาได้ก็คงไม่ต่างจากพวกเราสักเท่าไร
จะหวังให้พวกเขามีคุณธรรมสูงส่งนักคงไม่สมจริง”
ลู่เฟิงเหนียนยิ้มบาง ๆ “ตอนนี้พวกเจ้าก็กลายเป็นทหารที่มีคุณสมบัติเพียบพร้อมและยอดเยี่ยมของต้าชิ่งแล้วมิใช่หรือ?
มนุษย์ปรับตัวเก่งยิ่งนัก เมื่ออยู่ในสภาพแวดล้อมต่างกัน ก็ย่อมแสดงออกต่างกัน
ต้าชิ่งของเรามีคำกล่าวที่เล่าขานกันมิใช่หรือ? ผู้มีน้ำใจกล้าหาญส่วนมากล้วนเป็นคนชั้นต่ำที่ฆ่าสุนัข
ขอเพียงในใจยังมีเส้นแบ่งความถูกผิด ข้าก็พร้อมมอบโอกาสให้พวกเขา”
เมื่อได้ยินเช่นนั้น เหล่าสมาชิกแก๊งและกลุ่มอิทธิพลจากด่านสือหยางในอดีตอย่างหลี่เหวินหย่วน ต่างก็มีแววตาวูบไหว
หลังครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง หลี่เหวินหย่วนก็ถามเสียงเบา “ผู้บังคับกอง ท่านต้องการพบคนเหล่านั้นเมื่อใด?”
ลู่เฟิงเหนียนตอบเสียงเบา “ยิ่งเร็วยิ่งดี”
หลี่เหวินหย่วนพยักหน้า “ได้ อย่างช้าสุดมะรืนนี้ ข้าจะพาคนที่เหมาะสมมาให้ท่าน”
……
เมื่อการประชุมสิ้นสุดลง ทุกคนก็แยกย้ายกันไป
สยงชี ลู่หยาง และหวังเถี่ยจู้ทั้งสามคนอยู่ต่อ
“ผู้บังคับกอง ท่านมีธุรกิจดี ๆ อะไรหรือ?” สยงชีถามด้วยความอยากรู้อยากเห็น
ลู่เฟิงเหนียนยิ้มบาง ๆ “อีกไม่นานพวกเจ้าก็จะรู้เอง”
ลู่หยางกล่าวเสริม “ผู้บังคับกอง หากหาคนมาดูแลกิจการไม่ได้จริง ๆ ท่านลองพิจารณาข้าดูก็ได้”
