ลู่เฟิงเหนียนเงยหน้าขึ้นเล็กน้อย “หงเจิ้งจี เจ้าถูกบีบให้มาเป็นโจรที่เมืองมู่ซีอย่างไม่มีทางเลือก
ยิ่งไปกว่านั้น ข้าอ่านสำนวนคดีของเจ้าแล้ว รู้ว่าความพ่ายแพ้ครั้งนั้นไม่ใช่ความผิดของเจ้า”
“แล้วจะอย่างไรเล่า?” หงเจิ้งจีตะโกนตอบ น้ำเสียงทั้งโกรธเกรี้ยวและหม่นเศร้า
ลู่เฟิงเหนียนกล่าวเสียงขรึม “ค่ายเซียนเติงของเราเพิ่งก่อตั้ง กำลังต้องการผู้มีความสามารถจากทั่วสารทิศมาร่วมงาน
หากเจ้ายินดีเข้าร่วมค่ายเซียนเติง ข้าจะลบล้างความผิดทั้งหมดของเจ้า และให้เจ้ากลับเข้าสู่กองทัพต้าชิ่งอีกครั้ง”
แววตาหงเจิ้งจีไหววูบ ก่อนเอ่ยในที่สุดว่า “กลับไปแล้วจะเป็นอย่างไร? คนไร้ชาติกำเนิดไร้เบื้องหลังอย่างข้า ในค่ายทหารก็เป็นได้แค่เบี้ยให้เข่นฆ่า หรือไม่ก็แพะรับบาป”
ลู่เฟิงเหนียนตอบทันควัน “หากเจ้าเข้าค่ายเซียนเติงของข้า ก็จะไม่มีเรื่องเช่นนั้นอีก
ค่ายเซียนเติงไม่ขึ้นกับด่านสือหยาง อยากเลื่อนขั้นหรือร่ำรวย ก็ใช้ผลงานและความดีความชอบเป็นเครื่องตัดสิน”
หงเจิ้งจีลังเลอยู่ครู่หนึ่ง “ข้าจะเชื่อเจ้าได้อย่างไร?”
ลู่เฟิงเหนียนหัวเราะเบา ๆ “สิ่งที่ข้าพูดจริงหรือเท็จ เมื่อเจ้าเข้าค่ายเซียนเติงแล้ว ย่อมรู้เอง”
หงเจิ้งจีแค่นเสียง “หากข้าเข้าค่ายเซียนเติงของเจ้า ทุกอย่างก็อยู่ในกำมือเจ้า
ต่อให้เจ้ากลับคำ ข้าจะทำอะไรได้?”
ลู่เฟิงเหนียนกล่าวต่อ “ในสถานการณ์เช่นนี้ เจ้าคิดว่ายังมีทางเลือกหรือ?
ขอเพียงข้าออกคำสั่ง เจ้าและลูกน้องเหล่านี้ก็ไม่มีใครรอดชีวิต”
