ค่ายชิงเฟิงตั้งอยู่ในหุบเขาลึกแห่งหนึ่ง ห่างจากเมืองมู่ซีราว 20 ลี้ ภูมิประเทศอันตรายยิ่ง
ค่ายตั้งอยู่ระหว่างภูเขาสองลูกซึ่งขนาบเข้าหากัน ป้องกันง่ายแต่โจมตียาก
ลู่เฟิงเหนียนพาผู้ใต้บังคับบัญชามาตั้งค่ายบนภูเขาสูงแห่งหนึ่ง ห่างจากค่ายชิงเฟิงราว 3 ลี้
จากนั้นให้ผู้ใต้บังคับบัญชาแบ่งเป็นกองละสิบคน ซุ่มโจมตีพวกโจรภูเขาที่ออกจากค่ายชิงเฟิง
ระหว่างฝึกทหาร พวกเขายังได้เสริมสร้างความเข้าใจรู้ใจกันระหว่างแต่ละกองไปด้วย
แน่นอนว่า ลู่เฟิงเหนียนไม่ลืมเรื่องสำคัญยิ่งกว่า นั่นคือการซื้อใจผู้คน
พวกโจรจากพันธมิตรดาบแดงอาศัยปล้นฆ่าชิงทรัพย์เลี้ยงชีพ ชีวิตมักอดมื้อกินมื้อ
ยามนี้เมื่อเข้ามาอยู่ในค่ายเซียนเติง ก็มีแหล่งเงินทุนอันแข็งแกร่งหนุนหลัง เบี้ยเลี้ยงจึงจ่ายครบถ้วน
เสบียงอาหารอุดมสมบูรณ์ ถูกลำเลียงมาจากด่านสือหยางหรือเมืองมู่ซีผ่านช่องทางต่าง ๆ พวกเขาไม่ต้องกังวลว่าจะต้องทนหิวอีกต่อไป
ขณะเดียวกัน ลู่เฟิงเหนียนก็ไม่วางท่าขุนนางต่อหน้าพวกเขาแม้แต่น้อย ทั้งสยงชี ลู่หยาง เยี่ยนซาน และหวังเถี่ยจู้ต่างก็เข้าถึงง่าย
ที่สำคัญยิ่งกว่า ลู่เฟิงเหนียนมอบวิชาดาบพิฆาตทัพกับวิชาดาบสลายวายุของเยี่ยนซานให้โดยตรง
ทุกคนฝึกฝนได้ อีกทั้งยังได้รับแผ่นยากระตุ้นโลหิตโดยไม่มีเงื่อนไขใด ๆ
การปฏิบัติอันดีงามเช่นนี้เป็นสิ่งที่พวกเขาไม่เคยคาดคิดมาก่อน
ก่อนหน้านี้ ตอนถูกจับเป็นเชลย พวกเขาเคยจินตนาการถึงชะตากรรมอันน่าสังเวชไว้สารพัด
ใครจะคิดว่าการมาเป็นทหารในค่ายเซียนเติงจะมีสภาพความเป็นอยู่ดีกว่าการเป็นโจรเร่ร่อนนับร้อยนับพันเท่า
