ลู่เฟิงเหนียนลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะปล่อยมือจากไหล่ของตู้ซานชิว
ตู้ซานชิวถอนหายใจโล่งอก รีบประสานมือคารวะหลิ่วอวิ๋นเจวียน “ขอบคุณท่านป้า”
จากนั้นก็หันมาประสานมือคารวะลู่เฟิงเหนียน “ขอบคุณพี่ใหญ่”
ลู่เฟิงเหนียนเบ้ปาก ไม่อยากแม้แต่จะมองเขา
ทว่าตู้ซานชิวกลับไม่ถือสา รีบนำผู้ติดตามเข้าไปในลานบ้านสกุลลู่
หลิ่วอวิ๋นเจวียนพาตู้ซานชิวกับผู้ติดตามไปยังโต๊ะหินกลางลาน แล้วรินน้ำอุ่นให้ทั้งคู่คนละถ้วย “คุณชายตู้เดินทางมาถึงนี่ คงกระหายน้ำแล้ว ดื่มน้ำอุ่นสักถ้วยให้หายกระหายก่อนเถิด ข้าจะไปต้มน้ำชามาให้”
ตู้ซานชิวรีบโบกมือ “ท่านป้าไม่ต้องเกรงใจ น้ำอุ่นก็พอแล้ว”
กล่าวจบ เขาก็กวาดตามองไปรอบลาน แล้วถามว่า “ท่านป้า เสี่ยวอวี่ไม่อยู่หรือ?”
หลิ่วอวิ๋นเจวียนหัวเราะเบา ๆ “นางขึ้นเขาไปเก็บผักป่า”
สีหน้าตู้ซานชิวเผยแววผิดหวัง ก่อนจะถามต่อ “ท่านป้าทราบหรือไม่ว่านางจะกลับมาเมื่อไร?”
หลิ่วอวิ๋นเจวียนตอบทันที “เรื่องนี้บอกไม่ได้ บางวันก็กลับเร็ว บางวันก็กลับช้า”
ตู้ซานชิวร้องอ้อ แล้วถามว่า “ท่านป้า บอกข้าได้หรือไม่ว่านางไปเก็บผักป่าที่ใด ข้าจะไปตามนาง”
ลู่เฟิงเหนียนแค่นเสียงเย็น “นางรู้จักเจ้าหรือ? จะไปตามนางทำไม?”
ตู้ซานชิวตอบอย่างไม่ละอาย “ย่อมรู้จักสิ วันนั้นเราไม่ได้พบกันในตัวอำเภอหรอกหรือ?”
ลู่เฟิงเหนียนกำลังจะพูด หลิ่วอวิ๋นเจวียนก็ยิ้มแล้วเอ่ยขึ้นว่า “คุณชายตู้ ที่ที่เสี่ยวอวี่ไปค่อนข้างห่างไกล อีกทั้งทางก็เดินลำบาก หากไม่มีคนนำทาง ท่านย่อมหาไม่พบ
