ลู่เฟิงเหนียนยิ้มบาง ๆ “ไม่คิดเลยว่าเจ้าจะประเมินข้าไว้สูงถึงเพียงนี้”
เยี่ยนซานไม่ได้พูดเรื่องนี้ต่อ หากหันไปมองเยี่ยนซื่อ “เจียงเทียนไป๋ลงมือกับเจ้า มีโอกาสสูงว่าจะได้รับอนุญาตจากจ้าวเป่ยวั่ง
ตอนนี้พวกเราอยู่กันอย่างโดดเดี่ยวภายนอก กำลังก็อ่อนด้อย รอบด้านมีทั้งโจรภูเขาและโจรจากเมืองมู่ซี อีกทั้งยังมีกองทัพเฟยสงแห่งต้าโจว
ทางด่านสือหยาง จ้าวเป่ยวั่งก็ยังคิดจะฆ่าเจ้าอีก
สถานการณ์ของพวกเราไม่สู้ดีนัก หากไม่มีทางแก้ที่เหมาะสม ไม่ช้าก็เร็วคงต้องจบเห่”
ลู่เฟิงเหนียนครุ่นคิดเล็กน้อย “เยี่ยนซื่อรู้หรือไม่ว่าพวกเรามาถึงเมืองมู่ซีแล้ว?”
เยี่ยนซานส่ายหน้า “เช้านี้ข้าสะกดรอยตามโจรกลุ่มหนึ่งจากเขาเฮยเสอ ไปจนถึงบริเวณห่างจากด่านสือหยางราวสิบกว่าลี้
บังเอิญพบเยี่ยนซื่อที่กำลังตามหาข้าอยู่พอดี พอรู้เจตนาของเขา ข้าก็จัดการทำให้สลบแล้วพามาที่นี่ทันที
เพราะต้องพาคนมาด้วย ความเร็วเลยลดลง จึงไปถึงจุดนัดพบไม่ทันเวลา”
“เช่นนั้นเจียงเทียนไป๋กับพวกคงยังไม่รู้ว่าพวกเรามาถึงเมืองมู่ซีแล้ว”
ลู่เฟิงเหนียนกลอกตาเล็กน้อย “เจ้าปลุกเขาก่อน”
เยี่ยนซานเดินเข้าไปในดงหญ้าแห้ง แล้วเตะเยี่ยนซื่อสองที
เยี่ยนซื่อค่อย ๆ ได้สติ พอเห็นเยี่ยนซานก็รีบลุกพรวดขึ้นมาอย่างงุนงง ก่อนตวาดถาม “เจ้าตีข้าจนสลบทำไม?”
เยี่ยนซานไม่ตอบ เพียงหันไปมองลู่เฟิงเหนียน
เยี่ยนซื่อรีบหันกลับมา คราวนี้จึงเห็นลู่เฟิงเหนียนอยู่ข้าง ๆ
