ชายชราอ้วนท้วนกำเงินห้าตำลึงไว้แน่น สีหน้าลำบากใจขณะเอ่ยว่า “คุณชาย ที่นี่เป็นโรงหมอ ไม่ใช่โรงเตี๊ยมเสียหน่อย...”
ลู่เฟิงเหนียนไม่รอให้เขาพูดจบ ก็เลิกชายเสื้อขึ้น เผยป้ายประจำตำแหน่งหัวหน้าร้อยนายแห่งกองทัพเจิ้นซี ก่อนกล่าวเสียงเย็นว่า
“หากท่านรักษาเขาไม่หาย โรงหมอแห่งนี้ก็ไม่ต้องเปิดอีกต่อไป!”
สีหน้าชายชราเปลี่ยนไปทันที รีบประสานมือค้อมกายอย่างหวาดหวั่น “ท่านนายทหารโปรดวางใจ ข้าจะรักษาเขาให้หายแน่นอน”
ลู่เฟิงเหนียนโบกมือ ให้ชายชราออกไปก่อน
ชายชราก้มหน้าก้มตา แล้วรีบถอยออกไป
ลู่เฟิงเหนียนเอ่ยถามเสียงเบา “บอกข้ามาเถิดว่าเกิดเรื่องอะไรขึ้นกันแน่?”
แววเจ็บปวดปรากฏในดวงตาหวังเถี่ยจู้ เขานิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนค่อย ๆ เล่าออกมา...
ที่แท้ หลังหวังเถี่ยจู้มาถึงด่านสือหยาง เขาก็ถูกจัดให้เข้าสังกัดกองทัพชิงเหยียน
กองทัพชิงเหยียนเป็นหนึ่งในกองทัพหลายสายที่ประจำอยู่ ณ ด่านสือหยาง
เมื่อต้นปี กองทัพต้าโจวเคยเปิดฉากโจมตีด่านสือหยางครั้งใหญ่
การสู้รบครั้งนั้นดุเดือดนัก กองทัพแต่ละสายภายในด่านสือหยางต่างได้รับความเสียหายมากบ้างน้อยบ้าง
ในบรรดานั้น กองทัพชิงเหยียนสูญเสียหนักที่สุด
จ้าวเป่ยวั่งจึงปรับกำลัง โดยกำหนดให้กองทัพชิงเหยียนเป็นกองหนุน มีหน้าที่ระวังการลอบก่อกวนจากกองทัพต้าโจวที่อ้อมไปทางด้านหลัง ทั้งยังรับผิดชอบปราบโจรในพื้นที่ด้านหลังด้วย
ภารกิจค่อนข้างเบา ความเสี่ยงก็น้อย
เดิมทีการได้ไปอยู่กองทัพชิงเหยียนนับเป็นเรื่องดีสำหรับหวังเถี่ยจู้
