ลู่เฟิงเหนียนโบกมือ “ใต้เท้าวางใจเถิด ทหารธรรมดาสองนาย ข้าจัดการได้อย่างง่ายดาย”
ว่านซงยิ้มบาง “ระมัดระวังไว้สักหน่อยย่อมดีกว่า รีบไปรีบกลับ”
สิ้นเสียง เยี่ยนซานก็ไม่รอให้ลู่เฟิงเหนียนตอบ เลือกชายฉกรรจ์สามคนแล้วเดินมาหยุดข้างเขา
ลู่เฟิงเหนียนยิ้ม “ก็ดี มีพี่เยี่ยนไปด้วย ย่อมไม่มีทางผิดพลาด”
กล่าวจบ เขาก็นำเยี่ยนซานกับคนอื่น ๆ อีกสามคนเร่งเดินไปทางเขาวั่งเยว่
ไม่นาน เงาร่างของพวกเขาก็หายลับเข้าไปในรัตติกาล
เวลานี้ ชายฉกรรจ์ผู้หนึ่งสวมเสื้อคลุมเดินมาหยุดข้างว่านซง “ใต้เท้า ให้ข้าพาคนไปเพิ่มอีกสักหน่อยดีหรือไม่?
เผื่อลู่เฟิงเหนียนเจ้านั่นไม่ได้คิดร่วมมือกับพวกเราจริง ๆ แล้วฉวยโอกาสนี้หนีกลับด่านสือหยาง เรื่องคงยุ่งยากไม่น้อย”
มุมปากว่านซงยกสูง “เรื่องเช่นนี้ ข้าจะไม่คิดเผื่อไว้ได้อย่างไร?
วางใจเถิด มีเยี่ยนซานคุมเชิงอยู่ ลู่เฟิงเหนียนก่อคลื่นลมอะไรไม่ได้หรอก
ที่สำคัญกว่านั้น คนสองคนที่ตามมาจากเขาวั่งเยว่ ล้วนเป็นคนที่ข้าผู้เป็นเชียนฮู่จัดเตรียมไว้เอง
หากลู่เฟิงเหนียนคิดหนีจริง ๆ ก็มีแต่ทางตายเท่านั้น!”
ชายฉกรรจ์เผยรอยยิ้มประจบ ยกนิ้วโป้งให้ว่านซง “ใต้เท้าก็คือใต้เท้า มองการณ์ไกลยิ่งนัก!”
ว่านซงทอดสายตามองไปทางเขาวั่งเยว่ มุมปากยกสูงกว่าเดิม ใบหน้าเต็มไปด้วยความลำพองใจ
……
ลู่เฟิงเหนียนเดินไปได้ไม่ไกล ก็ได้ยินเสียงฝีเท้าดังมาจากที่ไกล ๆ
