ลู่เฟิงเหนียนสบตากับชายผู้นั้น สีหน้าเผยแววสงสัย
ว่านซงเอ่ยเสียงเบา “หัวหน้าสิบนายลู่ ขอแนะนำให้รู้จัก เขาชื่อเยี่ยนซาน เป็นทหารคนสนิทของใต้เท้าจ่งปิง”
ลู่เฟิงเหนียนชะงักด้วยความประหลาดใจ ก่อนจะประสานมือคำนับเยี่ยนซานหลายครั้ง “คารวะพี่เยี่ยน”
เยี่ยนซานยิ้มกว้าง “หัวหน้าสิบนายลู่เกรงใจแล้ว ข้าเป็นเพียงทหารคนสนิทใต้บัญชาของใต้เท้าจ่งปิง จะคู่ควรให้หัวหน้าสิบนายลู่เรียกพี่ได้อย่างไร?
ข้าได้ยินชื่อเสียงของหัวหน้าสิบนายลู่มานาน วันนี้ได้พบตัวจริง สมคำร่ำลือโดยแท้”
“พี่เยี่ยนชมเกินไปแล้ว” ลู่เฟิงเหนียนยิ้มบาง ๆ พลางตอบอย่างถ่อมตน
ว่านซงกล่าวขึ้น “วันนี้พวกเจ้าก็ได้รู้จักกันแล้ว วันหน้ายังมีเวลาให้สนิทสนมกันอีกมาก ตอนนี้จัดการธุระสำคัญก่อนดีกว่า”
……
ใต้ป้อมสัญญาณแห่งที่หกบนเขาวั่งเยว่ มีทางแคบเล็ก ๆ สายหนึ่งซ่อนอยู่ค่อนข้างมิดชิด
เส้นทางกว่าครึ่งอยู่ในจุดอับสายตาของป้อมสัญญาณแห่งที่หก
ว่านซงกับพวกอ้อมป้อมสัญญาณแห่งที่หก แล้วก้าวเข้าสู่ทางแคบสายนั้น
เห็นได้ชัดว่าพวกเขาคุ้นเคยกับเส้นทางนี้เป็นอย่างดี
เมื่อเดินมาถึงจุดที่ป้อมสัญญาณแห่งที่หกมองเห็น พวกเขาก็หยุดรอ ครั้นทหารที่เฝ้าระวังอยู่บนยอดป้อมหันไปมองทางอื่น จึงรีบผ่านไปอย่างรวดเร็ว
ไม่ถึงสามเค่อ คนกลุ่มหนึ่งกว่ายี่สิบคนก็เดินทางออกห่างไปได้อย่างราบรื่น พ้นเขตเฝ้าสังเกตการณ์ของป้อมสัญญาณแห่งที่หก ลงจากเขาวั่งเยว่ แล้วมุ่งหน้าต่อไปทางตะวันตก
