ลู่เฟิงเหนียนเบ้ปาก เผยสีหน้าประหนึ่งไม่เชื่อสักนิด
อวี๋ซื่อไห่ยกจอกสุราขึ้น หัวเราะหึ ๆ “น้องลู่ ข้ารู้ว่าเจ้าเป็นคนใจกว้าง เรื่องหยุมหยิมพวกนั้น เจ้าย่อมไม่เก็บมาใส่ใจแน่
มา พวกเราสองพี่น้องดื่มกันให้เต็มที่ ขออวยพรให้ครานี้เปิดฉากคว้าชัย ม้าถึงก็สำเร็จ!”
……
หลังดื่มสุราหกไห ใบหน้าของอวี๋ซื่อไห่ก็เริ่มแดงก่ำ
ลู่เฟิงเหนียนเอ่ยขึ้นกะทันหัน “พี่อวี๋ มีเรื่องหนึ่งที่ข้าต้องขอให้ท่านช่วย”
อวี๋ซื่อไห่โบกมือ “ว่ามา”
ลู่เฟิงเหนียนกระแอมเบา ๆ “ข้าอยากขอให้พี่อวี๋ช่วยไปที่คุกในด่านสือหยาง แล้วพาคนผู้หนึ่งออกมา”
“พาคนออกมา?”
อวี๋ซื่อไห่เผยสีหน้าฉงน “เป็นใคร?”
ลู่เฟิงเหนียนจึงเล่าเรื่องสามีของตู้หว่านถิงให้ฟัง
อวี๋ซื่อไห่ถาม “ตามที่เจ้าว่า มีคนคิดเล่นงานสามีภรรยาคู่นี้
เจ้ารู้หรือไม่ว่าอีกฝ่ายมีที่มาอย่างไร?”
ลู่เฟิงเหนียนตอบ “หากข้าเดาไม่ผิด น่าจะเป็นคนของกองทัพเฮยเฟิง”
อวี๋ซื่อไห่ขมวดคิ้ว “กองทัพเฮยเฟิง กองกำลังสายตรงของแม่ทัพจ้าวน่ะหรือ?”
ลู่เฟิงเหนียนพยักหน้า แล้วเล่าเรื่องที่ขัดแย้งกับเจียงเทียนไป๋ เชียนฮู่แห่งกองทัพเฮยเฟิงให้ฟัง
อวี๋ซื่อไห่ดื่มสุราหนึ่งจอก “หากจัดการเรื่องนี้ไม่ดี เกรงว่าจะก่อปัญหาใหญ่ตามมา”
ลู่เฟิงเหนียนรับคำ “เดิมทีข้าไม่อยากเข้าไปพัวพันกับเรื่องนี้ แต่สามีของสตรีผู้นี้ถูกขังไว้ในคุกของด่าน ก็มีสาเหตุมาจากข้า ข้าจะยืนดูอยู่เฉย ๆ ไม่ได้”
อวี๋ซื่อไห่เงียบไปครู่หนึ่ง “เจ้าไม่ต้องกังวล การพาคนออกจากคุกไม่ใช่เรื่องยาก
