หวงอวิ๋นเหอหัวเราะเสียงดัง “ลู่เฟิงเหนียน เจ้านี่เชื่อมั่นในตัวข้าเสียจริง
ข้าเป็นเพียงผู้บังคับกององครักษ์จวนแม่ทัพตัวเล็ก ๆ มียศเทียบเท่าไป่ฮู่ ระดับเดียวกับเจ้า แล้วข้าจะมีความสามารถใดไปชี้นำการตัดสินใจของแม่ทัพจ้าวได้?”
ลู่เฟิงเหนียนรับคำ “ท่านผู้บังคับกองอย่าได้ยกยอข้าเกินไปเลย ไป่ฮู่อย่างข้า เมื่ออยู่ต่อหน้าท่านแล้วไม่นับเป็นอะไรได้
หากให้ข้าเลือก ข้าย่อมเต็มใจเป็นองครักษ์เงาของกององครักษ์จวนแม่ทัพ มากกว่าจะเป็นหัวหน้าร้อยนายของกองทัพเจิ้นซี
เบื้องหลังกององครักษ์จวนแม่ทัพของเรามีท่านอ๋องเซียวหนุนหลังอยู่...”
ยังไม่ทันที่เขาจะพูดจบ หวงอวิ๋นเหอก็ยกมือขึ้น “ข้าจะลองดู น่าจะพอมีทางชี้นำการตัดสินใจของแม่ทัพจ้าวได้
เพียงแต่หากแผนการของเราผิดพลาดแม้แต่น้อย ผลที่ตามมาย่อมร้ายแรงเกินคาด”
ลู่เฟิงเหนียนกล่าวต่อ “ท่านผู้บังคับกอง หลี่เสวียนเฟิงให้คำมั่นทางทหารต่อหน้าฮ่องเต้ต้าโจวแล้วว่า ภายในปีนี้จะต้องตีด่านสือหยางให้แตก
หากเราไม่ยอมเสี่ยงสักครั้ง หลี่เสวียนเฟิงย่อมบุกโจมตีด่านสือหยางโดยไม่สนสิ่งใด
ยิ่งมีหลิวเจิ้นถิงให้ความร่วมมือ โอกาสที่เราจะรักษาด่านสือหยางไว้ได้ก็มีไม่มากนัก”
หวงอวิ๋นเหอครุ่นคิดครู่หนึ่ง ก่อนกล่าวด้วยสีหน้าเคร่งขรึม “ตอนนี้เจ้าได้รับความไว้วางใจจากหลิวเจิ้นถิงแล้ว จงจับตาดูเขาให้ดี หากมีข่าวเมื่อใดให้รายงานทันที ทางเราจึงจะรับมือได้ทันท่วงที
ลู่เฟิงเหนียน ศึกครั้งนี้สำคัญยิ่ง และเจ้าก็เป็นกุญแจสำคัญเช่นกัน!”
ลู่เฟิงเหนียนรีบลุกขึ้น ค้อมกายคำนับหวงอวิ๋นเหออย่างนอบน้อม “ท่านผู้บังคับกองโปรดวางใจ ข้าจะไม่ทำให้ความคาดหวังของท่านต้องสูญเปล่า!”
