ลู่เฟิงเหนียนรับคันธนูและลูกศรมา ก่อนเปิดห่อดูแล้วก็อดประหลาดใจเล็กน้อยไม่ได้
ข้างในมีข้าวสารครึ่งโต่ว ผักอยู่หลายอย่าง เกลือหนึ่งห่อ เนื้อหมูหนึ่งชั่ง สาลี่ทรายสองผล และเงินห้าสิบอีแปะ
ของทั้งหมดนี้รวมกันแล้ว ซื้อคันธนูได้ตั้งครึ่งคัน
หลิ่วอวิ๋นเจวียนเอ่ยเสียงเบา “เฟิงเหนียน อย่าคิดว่ามันมากเกินไปเลย แม้แม่จะไม่เคยร่ำเรียนหนังสือ แต่ก็รู้ว่าบุญคุณเพียงหยดน้ำ ต้องตอบแทนด้วยธารน้ำ”
ลู่เฟิงเหนียนยิ้มบาง ๆ “ท่านแม่พูดถูกทุกอย่าง ข้าจะเอาของไปให้เดี๋ยวนี้”
…………
เพราะดึกมากแล้ว หลังลู่เฟิงเหนียนเคาะประตู รออยู่นานพอสมควร แม่ม่ายเถียนจึงออกมาเปิดประตู
ผมของนางปล่อยสยาย เสื้อผ้าก็ติดกระดุมผิดรู เห็นได้ชัดว่านางเข้านอนไปแล้ว
“พี่เถียน ขอโทษด้วยที่มารบกวนยามดึก”
ลู่เฟิงเหนียนมีสีหน้าละอายใจ
แม่ม่ายเถียนเห็นคันธนูล่าสัตว์ที่สะพายอยู่บนตัวลู่เฟิงเหนียน ก็ยิ้มพลางตอบ “ไม่เป็นไร หากเจ้ามาตอนกลางวันก็คงไม่ค่อยสะดวก
คราวนี้เจ้ามาคืนคันธนูล่าสัตว์ล่าสัตว์ใช่ไหม?
รอข้าสักครู่”
พูดจบ นางก็หันหลังเดินเข้าไปในบ้าน
ไม่นานนัก นางก็รีบกลับออกมา ในมือประคองเสื้อคลุมตัวหนึ่ง ซึ่งก็คือเสื้อคลุมที่ลู่เฟิงเหนียนนำมาจำนำไว้ที่นี่
เสื้อคลุมพับไว้อย่างเรียบร้อย ขอบมุมคมกริบ เห็นได้ชัดว่าผ่านการซักมาแล้วด้วย
แม่ม่ายเถียนยื่นเสื้อคลุมให้ลู่เฟิงเหนียน พลางกล่าวว่า “ตรงเอวมีคราบสกปรกเล็กน้อย ข้าซักอยู่หลายครั้งก็ยังซักไม่ออก”
ลู่เฟิงเหนียนกล่าวขอบคุณ รับเสื้อคลุมมาแล้วส่งคันธนูกับลูกศรให้นาง
