ยามตะวันเริ่มคล้อยต่ำลงทางทิศตะวันตก
ลู่เฟิงเหนียนพาหลิ่วอวิ๋นเจวียนกับลู่เสี่ยวอวี่กลับมาถึงหมู่บ้านเม่าเอ๋อ
ลู่เฟิงเหนียนแบกหาบสองข้าง บรรจุเสื้อผ้า ข้าวสาร แป้งสาลี ไข่ไก่ ผัก เกลือ เนื้อหมู... แล้วยังมีสุราอีกหนึ่งไห
ส่วนเหตุผลที่ซื้อสุรามา ลู่เฟิงเหนียนยังคงบอกว่าเอาไว้ดื่มให้อุ่นกายยามเข้าป่า
ใต้ต้นหลิวเก่าแก่ตรงปากหมู่บ้าน เขาได้พบพี่หลิว ป้าหม่า และท่านป้าจางอีกครั้ง
ใกล้จะถึงเวลามื้อเย็นอยู่แล้ว ยังไม่กลับไปทำกับข้าวกันอีกหรือ?
พอเห็นหญิงทั้งสาม ลู่เฟิงเหนียนก็รู้สึกปวดหัวขึ้นมา
พี่หลิวสายตาไวที่สุด เพียงมองแวบเดียวก็เห็นลู่เฟิงเหนียน หลิ่วอวิ๋นเจวียน และลู่เสี่ยวอวี่
“น้องสะใภ้บ้านสกุลลู่ ไปอำเภอมาหรือ?” พี่หลิวลุกขึ้นยืน ยิ้มพลางถาม
ขณะเดียวกัน สายตาคู่หนึ่งของนางกลับจับจ้องไปยังหาบที่ลู่เฟิงเหนียนแบกอยู่
ป้าหม่ากับท่านป้าจางก็ไม่ต่างกัน สายตาของทั้งคู่มองตามหาบที่แกว่งขึ้นลง
คนในหมู่บ้านเม่าเอ๋อที่ไปอำเภอชิงเหอ ส่วนใหญ่ย่อมไปขายหรือซื้อของ
ปีนี้ทุกบ้านต่างรัดเข็มขัด คนที่ไปซื้อของในอำเภอจึงมีน้อยลงตามธรรมดา
เมื่อเห็นครอบครัวของหลิ่วอวิ๋นเจวียนกลับมาจากอำเภอ หญิงทั้งสามย่อมรู้สึกใคร่รู้อย่างยิ่ง
ทั้งยังมีข้อสงสัยอีกมากมาย
นับแต่บิดาของร่างเดิมจากไป และบุตรชายคนรองไปเป็นทหาร ฐานะของบ้านสกุลลู่ก็ย่ำแย่ลงทุกวัน
ป้าหม่าซึ่งอยู่ใกล้บ้านพวกเขายิ่งเห็นกับตาว่า บ้านสกุลลู่ถึงกับกินแกลบ
สภาพเช่นนี้ บ้านสกุลลู่ยังจะมีเงินไปซื้อของในอำเภอได้อีกหรือ?
ทว่าหาบสองข้างบนบ่าของลู่เฟิงเหนียนถูกมัดปากไว้อย่างแน่นหนา มองไม่เห็นว่าข้างในมีอะไร
