ลู่เฟิงเหนียนยิ้มบาง ๆ “ได้ ฟังท่านแม่ พวกเราจะไม่พูดถึงเรื่องนี้แล้ว ต่อไปก็ไม่พูดกันในบ้านอีก”
หลิ่วอวิ๋นเจวียนจึงค่อยคลายใจ แล้วถามว่า “เฟิงเหนียน เจ้าไม่คิดจะสอบซิ่วไฉอีกแล้วจริงหรือ?”
ลู่เฟิงเหนียนครุ่นคิดเล็กน้อย “อย่างไรการสอบซิ่วไฉก็ไม่ได้จำกัดอายุอย่างเข้มงวด เรื่องนี้พักไว้ก่อน ไว้มีโอกาสค่อยว่ากันอีกที
ข้าจะจัดการเรื่องในบ้านให้เรียบร้อยก่อน แบกรับภาระของครอบครัวให้ได้”
หลิ่วอวิ๋นเจวียนพยักหน้า “ในเมื่อเจ้าตัดสินใจแล้ว แม่ก็จะไม่เกลี้ยกล่อมเจ้า”
พูดถึงตรงนี้ นางก็ทอดสายตามองเสื้อคลุมเก่าเปื้อนฝุ่นบนตัวลู่เฟิงเหนียน “ไม่ว่าในอนาคตเจ้าจะสอบซิ่วไฉอีกหรือไม่ เสื้อคลุมที่พ่อเจ้าซื้อให้ เจ้าต้องไถ่กลับมา
พ่อเจ้าขุดดินทำไร่มาทั้งชีวิต จนวาระสุดท้ายก็ยังไม่ได้ทิ้งอะไรไว้ เสื้อคลุมตัวนั้นที่เขาซื้อให้เจ้าเป็นสิ่งที่เขาภาคภูมิใจที่สุด
ความทรงจำเล็ก ๆ นี้ พวกเราต้องเก็บรักษาไว้”
ลู่เฟิงเหนียนพยักหน้า “ท่านแม่วางใจเถิด อีกไม่กี่วันข้าจะคืนธนูให้พี่สาวเถียน แล้วนำเสื้อคลุมกลับมา”
พูดถึงตรงนี้ จู่ ๆ เขาก็นึกอะไรขึ้นได้ จึงหยิบอ่างไม้ใบหนึ่งแล้วรีบเดินเข้าไปในลานบ้าน
เมื่อกลับมา เขาก็ถืออ่างที่เต็มไปด้วยสตรอว์เบอร์รีป่าล้างสะอาดมาด้วย
พอหลิ่วอวิ๋นเจวียนเห็นสตรอว์เบอร์รีป่าสีแดงสด นางก็ร้องด้วยความตกใจ “เฟิงเหนียน นี่เจ้าทำอะไร เหตุใดถึงเก็บผลไม้งูมาเต็มอ่างเช่นนี้?”
