รุ่งสางวันถัดมา ฟ้ายังไม่ทันสว่าง ลู่เฟิงเหนียนก็ออกจากบ้านแล้ว ขณะที่ผู้คนส่วนใหญ่ในหมู่บ้านเม่าเอ๋อยังหลับใหล เขาก็ข้ามเทือกเขาเฮยสุ่ยไปเรียบร้อย
ยามค่ำ เมื่อหมู่บ้านเม่าเอ๋อมืดสนิท เขาก็แบกเหยื่อที่ล่ามุ่งหน้ากลับบ้าน
ครานี้ได้ของมาไม่มาก เขาซ่อนตัวอยู่ในป่าทั้งวัน ยิงกระต่ายภูเขาได้เพียงสองตัว กับแพะหินโตเต็มวัยอีกหนึ่งตัว
กระต่ายภูเขาสองตัวเก็บไว้กินเอง ส่วนแพะหินนำไปขายที่อำเภอชิงเหอ
เช้าตรู่วันต่อมา ฟ้าเพิ่งเริ่มสาง ลู่เฟิงเหนียนก็ออกจากบ้านมุ่งหน้าไปยังอำเภอชิงเหออีกครั้ง
ตลาดในอำเภอชิงเหอเพิ่งเปิด เขาก็มาถึงแล้ว จากนั้นขายแพะหินทั้งตัวให้ร้านค้าแห่งหนึ่งในตลาด ได้เงินมาสี่เฉียน
หากแยกขายหนัง เนื้อ และเขาแพะ ราคาที่ได้ย่อมสูงกว่านี้
แต่คราวนี้ลู่เฟิงเหนียนมาที่อำเภอเป็นหลักเพื่อจัดการเรื่องลู่หม่านเยว่ จึงไม่เสียเวลาไปทำเช่นนั้น
เมื่อได้เงินมาแล้ว เขาก็มุ่งหน้าไปร้านเครื่องประดับในอำเภอชิงเหอทันที
เมื่อคืนตอนกลับถึงบ้าน ลู่เสี่ยวอวี่พูดกับเขาด้วยท่าทีประหม่าและระมัดระวัง นางอยากได้ปิ่นทองแดงเรียบ ๆ สักอัน
เด็กสาวในหมู่บ้านเม่าเอ๋อส่วนใหญ่ปักปิ่นไม้หรือปิ่นไผ่ที่ทำขึ้นเอง หากบ้านมีฐานะดีขึ้นมาหน่อยก็จะผูกเชือกมัดผมไว้เส้นหนึ่ง
คนที่มีปิ่นทองแดงประดับผมมีเพียงไม่กี่คน
ลู่เสี่ยวอวี่คงรู้สึกว่าคำขอนี้เกินเลยไปบ้าง จึงพูดเรื่องนี้กับลู่เฟิงเหนียนด้วยท่าทางกระวนกระวายอย่างเห็นได้ชัด
