ลู่เฟิงเหนียนขมวดคิ้ว ฝีเท้าชะงักเล็กน้อย เขาครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งโดยไม่ตอบ แล้วเดินหน้าต่อไป
หลี่เสี่ยวโหรวเริ่มมีอารมณ์ขึ้นมา นางขึ้นเสียง “ลู่เฟิงเหนียน อย่าคิดว่าข้าไม่รู้ว่าเจ้ากำลังคิดอะไรอยู่
เจ้าพัวพันกับหญิงแพศยาบ้านนอก ก็ไม่ใช่เพราะเจ้าปล่อยตัวปล่อยใจ อยากทำให้ข้ารังเกียจหรือไร?
ก่อนหน้านี้พูดจาเด็ดขาดเสียเหลือเกิน บอกว่าจะตัดขาดกับข้า ไม่เกี่ยวข้องกันอีกต่อไป
แต่สิ่งที่เจ้าทำกลับล้วนมุ่งเรียกร้องความสนใจจากข้า ทั้งอดอาหารเพื่อข้า ขึ้นเขาไปล่าสัตว์ และพัวพันกับหญิงแพศยาบ้านนอก...
ลู่เฟิงเหนียน ข้าจะบอกให้ชัด ๆ อย่าเสียแรงเปล่าอีกเลย ไม่ว่าเจ้าจะทำอะไร ข้าก็ไม่มีวันชายตามองเจ้าอีก!
ในสายตาข้า เจ้ายังเทียบแม้แต่นิ้วเท้าของพี่กังไม่ได้ด้วยซ้ำ”
จ้าวกังได้ยินดังนั้นก็ยินดีจนแทบลิงโลด
ลู่เฟิงเหนียนหยุดฝีเท้าอีกครั้ง ค่อย ๆ หันกลับมา มองหลี่เสี่ยวโหรวด้วยแววตาเย็นชา
“เมื่อคนไร้ยางอายขึ้นมา ก็ช่างน่ากลัวจริง ๆ
หลี่เสี่ยวโหรว เจ้าคิดว่าตัวเองสูงส่งกว่าคนอื่นหรือ?
ข้าเรียกร้องความสนใจจากเจ้าหรือ? ถุย!
ในสายตาข้า เจ้ายังสู้หญิงแพศยาบ้านนอกไม่ได้ด้วยซ้ำ
ต่อไปอย่ามาเดินให้ข้าเห็นหน้าอยู่เรื่อย น่ารังเกียจ!”
เมื่อได้ยินเช่นนั้น สีหน้าของหลี่เสี่ยวโหรวก็เปลี่ยนไปทันที ใบหน้าเต็มไปด้วยความอับอายและขุ่นเคือง
จ้าวกังตวาดเสียงดัง แล้วพุ่งเข้าหาลู่เฟิงเหนียนอย่างรวดเร็ว ง้างหมัดชกใส่ใบหน้าเขาอย่างแรง
